รีวิวแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับโครงสร้าง โดย นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์
อ่านเพิ่มเติม
หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ทำจมูกครั้งแรกว่าตื่นเต้นแล้ว แต่ตอนแก้จมูกนั้นเครียดกว่าหลายเท่า” ซึ่งในมุมมองของคนไข้ทั่วไป การแก้จมูกอาจดูเหมือนเป็นแค่การผ่าตัดเปิดแผล เอาซิลิโคนแท่งเก่าออก แล้วใส่แท่งใหม่ที่สวยกว่าเดิมเข้าไปแทนที่ ฟังดูเป็นสมการง่ายๆ ใช่ไหมครับ?
แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์และในห้องผ่าตัด การแก้จมูก (Revision Rhinoplasty) ไม่ได้ทำงานแบบเส้นตรงเช่นนั้นครับ สำหรับศัลยแพทย์ตกแต่ง การผ่าตัดแก้จมูกถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่มีความซับซ้อน ท้าทาย และต้องใช้ประสบการณ์สูงมาก วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันด้วยภาษาง่ายๆ ผสมความรู้วิชาการ ว่าทำไมการแก้จมูกถึงเป็น “งานช้าง” และทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกแพทย์เฉพาะทางในการแก้จมูกครับ
เมื่อร่างกายของเราได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไป (ในที่นี้คือซิลิโคนจมูก) กลไกธรรมชาติของร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อบางๆ ขึ้นมาห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมนั้นไว้เพื่อป้องกันตัวเอง เราเรียกสิ่งนี้ว่า “พังผืด” (Capsule) ซึ่งในการทำจมูกครั้งแรก พังผืดนี้จะช่วยล็อคให้ซิลิโคนอยู่ทรง
แต่เมื่อเราต้องผ่าตัดเข้าไปแก้ไข พังผืดเหล่านี้แหละครับที่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะมันมักจะมีความเหนียว รั้ง และทำให้โครงสร้างเนื้อเยื่อภายในติดกันแน่น ศัลยแพทย์จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเลาะพังผืดเก่าออก (Capsulectomy) โดยไม่ให้กระทบกระเทือนเนื้อเยื่อจมูกที่บอบบาง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กินเวลาและต้องอาศัยความชำนาญขั้นสูง หากเลาะไม่ดี อาจทำให้ผิวหนังจมูกบาง หรือจมูกเกิดการหดรั้งผิดรูปในอนาคตได้
ลองจินตนาการถึงการรีโนเวทบ้านที่เคยถูกทุบกำแพงหรือดัดแปลงโครงสร้างไปแล้ว การทำจมูกครั้งแรก แพทย์อาจมีการตะไบกระดูกที่นูน (Hump Reduction) ตัดแต่งกระดูกอ่อน หรือปรับฐานจมูกไปแล้ว โครงสร้างทางกายวิภาค (Anatomy) ของจมูกจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เมื่อเปิดแผลเข้าไปแก้ไขในครั้งที่สอง หมออาจพบว่ากระดูกอ่อนปลายจมูก (Lower Lateral Cartilage) อ่อนแอลง หรือทรุดตัวลงไปแล้ว การจะตั้งเสาจมูกใหม่จึงไม่สามารถวางซิลิโคนทับลงไปเฉยๆ ได้ แพทย์มักจะต้องงัดเทคนิคการปรับโครงสร้าง (Structural Rhinoplasty) โดยอาจต้องดึงเอา กระดูกอ่อนหลังหู (Ear Cartilage) หรือ กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib Cartilage) ของตัวคนไข้เอง มาช่วยค้ำยันและสร้างโครงสร้างใหม่ให้แข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาว
ผิวหนังบริเวณจมูกไม่ใช่หนังยางที่จะยืดหดได้ตามใจชอบครับ จมูกที่เคยผ่านการใส่ซิลิโคนและถูกดันให้โด่งมาเป็นระยะเวลานาน ผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous tissue) มักจะถูกยืดจน “บางลง” อย่างเห็นได้ชัด
หากคนไข้ต้องการแก้จมูกให้โด่งพุ่งกว่าเดิมมากๆ ในขณะที่เนื้อเยื่อบางไปแล้ว จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ “ซิลิโคนทะลุ” (Extrusion) อย่างมหาศาล ดังนั้น ในการแก้จมูก หมอจะต้องประเมินความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ (Tissue elasticity) อย่างละเอียดถี่ถ้วน บางเคสอาจต้องใช้เนื้อเยื่อเทียม หรือเนื้อเยื่อหลังหูมารองปลายจมูกเพื่อเพิ่มความหนาและป้องกันการทะลุ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขั้นตอนที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก
การผ่าตัดทุกครั้งคือการทำให้เกิดบาดแผล ซึ่งจะไปรบกวนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ (Microcirculation) ที่คอยหล่อเลี้ยงผิวหนังบริเวณจมูก ในการทำจมูกครั้งแรก ร่างกายสามารถฟื้นฟูเส้นเลือดเหล่านี้ได้ตามปกติ แต่เมื่อเกิดการผ่าตัดซ้ำซ้อนบริเวณเดิม ระบบการไหลเวียนเลือดจะไม่สมบูรณ์เหมือนเก่า
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ แผลหลังการผ่าตัดแก้จมูกมักจะ “บวมนานกว่า ยุบบวมช้ากว่า และหายช้ากว่า” การทำครั้งแรก นอกจากนี้ เลือดที่ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อน้อยลง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ (Infection) หรือภาวะเนื้อตาย (Necrosis) ได้ แพทย์จึงต้องวางแผนการผ่าตัดให้รบกวนเนื้อเยื่อน้อยที่สุด (Atraumatic technique)
ด้วยความซับซ้อนทั้งหมดที่กล่าวมา การประเมินเคสแก้จมูกจึงต้องทำแบบเคสต่อเคส (Personalized Assessment) ในทางการแพทย์และกฎหมายสถานพยาบาล แพทย์จะไม่สามารถใช้คำโฆษณาประเภท “การันตีผลลัพธ์ 100%”, “รับประกันไม่มีวันทะลุ”, หรือ “สั่งได้ดั่งใจทุกทรง” เพราะสรีระ ข้อจำกัด และโครงสร้างพื้นฐานของคนไข้แต่ละคนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง (ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
หน้าที่ของคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือ การให้ข้อมูลที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง (Realistic Expectations) อธิบายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้จมูกใหม่ที่ได้ ไม่ใช่แค่สวยงามในวันนี้ แต่ต้องอยู่กับคนไข้ได้อย่างปลอดภัย ไร้ปัญหาในระยะยาว
การแก้จมูก (Revision Rhinoplasty) คืองานศิลปะที่ต้องใช้ทักษะทางวิศวกรรมโครงสร้างชั้นสูงของแพทย์ หากคุณกำลังวางแผนที่จะแก้จมูก สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมองหาทรงจมูกที่โด่งที่สุด แต่คือการมองหาแพทย์ผู้มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องโครงสร้างจมูก และพร้อมที่จะให้คำปรึกษาบนพื้นฐานของความปลอดภัยเป็นหลักครับ
รีวิวแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับโครงสร้าง โดย นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์
อ่านเพิ่มเติมรีวิวแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับโครงสร้าง โดย นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์
อ่านเพิ่มเติมรีวิวแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับโครงสร้าง โดย นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์
อ่านเพิ่มเติมรีวิวแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับโครงสร้าง โดย นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์
อ่านเพิ่มเติม
ช่วงเวลาเข้าตรวจรักษาโดยตรงกับแพทย์ประจำ PSC คลินิก
นพ.พีระ
รพ. พระราม 9 อังคาร / พุธ / เสาร์ เวลา 13.00 – 18.00 น.
PSC CLINIC พฤหัสบดี / ศุกร์ เวลา 13.00 – 17.00 น.
รศ.พญ.วรีพร
พฤหัสบดี / ศุกร์ เวลา 13.00 – 18.00 น.
หยุดทำการทุกวันอาทิตย์
คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง PSC ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ทันสมัย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในสายอาชีพศัลยกรรม ได้รับรางวัลและเป็นวิทยากรรับเชิญชั้นนำในระดับนานาชาติ ทั้งด้านบริการ เสริมจมูก และ บริการเสริมหน้าอก ทำนม โดยคุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic | Plastic Surgery Skin & Laser