open-navigation
close-navigation

วิธีเช็กซิลิโคนแตก-รั่วด้วยตัวเอง และสัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้อง “เปลี่ยนซิลิโคน” แล้ว

วิธีเช็กซิลิโคนแตก-รั่วด้วยตัวเอง และสัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้อง “เปลี่ยนซิลิโคน” แล้ว

ปัญหา นมเป็นคลื่น (Rippling) เกิดจากอะไร คนผอมเนื้อน้อยต้องทำนมเทคนิคไหนถึงจะรอด

ในภาพรวมของการดูแลหลัง เสริมหน้าอก หนึ่งในประเด็นที่คนไข้กังวลที่สุดคือ “ซิลิโคนแตกหรือรั่วไหม” เพราะแม้โอกาสเกิดจะไม่สูง แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงก็มักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรกครับ โดยเฉพาะซิลิโคนเจลรุ่นใหม่ที่มีความหนืดสูงและไม่ไหลกระจายง่าย ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ประเมินอาการด้วยตัวเองควบคู่ไปกับการตรวจติดตามตามรอบที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถจัดการได้ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนครับ

ซิลิโคนแตก-รั่วเกิดขึ้นได้อย่างไร

การแตกหรือรั่วของซิลิโคนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเสื่อมตามอายุการใช้งาน ความผิดพลาดจากการผ่าตัดเดิม การกระแทกแรง หรือการเคลื่อนตัวผิดตำแหน่งของซิลิโคนที่ทำให้เปลือกเกิดความตึงผิดปกติ 

แม้ซิลิโคนเจลสมัยใหม่จะทนทานขึ้นมาก แต่ถ้าครบอายุการใช้งานก็ยังมีโอกาสเสียสภาพได้เสมอ โดยเฉพาะรุ่นที่มีอายุมากกว่า 10–15 ปี

  • เช็กเองเบื้องต้นได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ 3 วิธีหลักเพื่อตรวจเบื้องต้นด้วยตัวเอง ได้แก่
  • สังเกตความสมมาตร หากหน้าอกด้านใดด้านหนึ่งเริ่มมีรูปร่างเปลี่ยน เช่น แบนลง หย่อนลง หรือขนาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาจสื่อถึงการรั่วแบบมีการยุบตัวของเจล
  • จับคลำความแน่นของเต้า ซิลิโคนที่รั่วภายในมักทำให้เนื้อเต้าดู “แข็งผิดปกติ” หรือมีความตึงเฉพาะจุด เนื่องจากเจลรั่วออกมาอยู่ในแคปซูล
  • เช็กอาการร่วม อาการเจ็บลึกๆ ตึงระหว่างกลางอก เสียวแปล๊บ หรือมีการอักเสบเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณให้ต้องตรวจเพิ่มเติม

อาการที่แพทย์มักเจอในเคสซิลิโคนแตกจริง

ในมุมผู้เชี่ยวชาญ เคสที่พบว่าซิลิโคนแตกมักมีอาการ ดังนี้

  • รูปร่างเต้าเปลี่ยนแบบเฉียบพลันหรือค่อยเป็นค่อยไป
  • คลำแล้วรู้สึกถึงก้อนแข็งหรือแคปซูลหนาตัวเป็นพังผืด
  • รู้สึกเสียวหรือปวดลึกเป็นระยะ โดยไม่สัมพันธ์กับรอบเดือน
  • หน้าอกด้านที่แตกมีลักษณะ “ทรงไม่คม” ดูเบลอหรือไหลออกด้านข้างมากกว่าปกติ

ซิลิโคนรั่วอันตรายไหม

ซิลิโคนเจลสมัยใหม่ (Cohesive Gel) ออกแบบให้เจลไม่กระจายไปทั่วเต้า แม้เปลือกจะเสียสภาพก็ตาม ดังนั้นความเสี่ยงต่อร่างกายโดยตรงถือว่าน้อยมาก 

แต่สิ่งที่อันตรายคือ “พังผืดที่หนาตัวตามมา” ซึ่งทำให้เต้าแข็ง ผิดรูป และยิ่งปล่อยไว้ก็ยิ่งแก้ยากในระยะยาว

ต้องตรวจอะไรเพื่อยืนยันว่าแตกจริง?

สำหรับการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ แพทย์มักใช้

  • อัลตราซาวด์ (ตรวจความผิดปกติของเปลือกและเจล)
  • MRI (มาตรฐานสูงสุดในการยืนยันซิลิโคนแตกแบบไม่มีอาการ)

ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้เริ่มตรวจ MRI ครั้งแรกเมื่อซิลิโคนมีอายุ 7–10 ปี แล้วตรวจซ้ำตามความเหมาะสม

ถึงเวลาต้อง “เปลี่ยนซิลิโคน” เมื่อไหร่

สัญญาณว่าไม่ควรปล่อยไว้แล้ว ได้แก่

  • แพทย์ยืนยันว่าเปลือกแตกหรือมีเจลรั่วออกนอกซิลิโคน
  • เต้าเริ่มผิดรูปจนกระทบความสมมาตร
  • มีอาการเจ็บลึกเรื้อรังแม้ไม่ได้ใช้งานหนัก
  • พังผืดเริ่มดึงรั้งจนเต้าผิดตำแหน่ง
  • ซิลิโคนมีอายุการใช้งานเกิน 12–15 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงชัดเจน

ถ้าแตกแล้วต้องทำอะไรบ้าง

โดยปกติแพทย์จะทำการ

  • ผ่าเอาซิลิโคนเดิมออก
  • ทำความสะอาดแคปซูลหรือผ่าพังผืด
  • ปรับฐานโพรงซิลิโคนใหม่
  • ใส่ซิลิโคนรุ่นใหม่ที่ปลอดภัยกว่า

ในบางเคสต้องเสริมผังผืดด้วย Acellular Dermal Matrix (ADM) หากมีการเสียสภาพของฐานหนักมาก

การเช็กซิลิโคนแตกด้วยตัวเองทำได้ แต่เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น อาการบางแบบแทบไม่แสดงให้เห็นด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะซิลิโคนเจลรุ่นใหม่ ดังนั้นการติดตามตรวจเป็นรอบ และการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของหน้าอกอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีรักษาความปลอดภัยสูงสุด หากมีอาการที่ไม่ได้เป็นแบบปกติเดิมของคุณ ควรตรวจเพื่อความชัดเจนและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

การบรรยายของ Dr.Peera ในเวทีระดับนานาชาติไม่ใช่แค่การพูดต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ถ่ายทอดเทคนิคที่ทันสมัย และช่วยยกระดับมาตรฐานการเสริมหน้าอก และ เสริมจมูก ในไทย ทำให้ผู้ป่วยไทยได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ซิลิโคนแตกหรือรั่วแล้วจะรู้สึกเจ็บทันทีไหมครับ

ไม่เสมอไปครับ โดยเฉพาะซิลิโคนรุ่นใหม่ที่เป็นแบบเจลเหนียว อาจแตกหรือรั่วโดยไม่มีอาการเจ็บชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนกว่าจะมีการตรวจพบจากแพทย์

 

สัญญาณที่พบบ่อยเมื่อซิลิโคนเริ่มมีปัญหาคืออะไรครับ

สัญญาณที่มักพบ ได้แก่ รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไป ขนาดไม่เท่ากัน แข็งผิดปกติ คลำแล้วรู้สึกเป็นก้อน หรือมีอาการตึง แน่น หรือปวดเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุครับ

หน้าอกแข็งขึ้น แปลว่าซิลิโคนแตกหรือเปล่าครับ

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ หน้าอกแข็งอาจเกิดจากพังผืดรัดซิลิโคน ไม่ได้หมายความว่าซิลิโคนแตก แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ควรให้แพทย์ประเมินเช่นกัน

อาการปวดหรือรู้สึกตึงหน้าอกตลอดเวลา เป็นสัญญาณเตือนหรือไม่ครับ

ถือเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งครับ โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรือเป็นต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ข้อมูลเสริมหน้าอกที่คุณอาจสนใจ

คนตัวเล็ก เนื้อน้อย "เสริมหน้าอก" อย่างไรไม่ให้เห็นขอบ? เจาะลึกเทคนิคเลือกซิลิโคนและชั้นวางสำหรับ "สาวไซส์มินิ"

คนตัวเล็ก เนื้อน้อย “เสริมหน้าอก” อย่างไรไม่ให้เห็นขอบ? เจาะลึกเทคนิคเลือกซิลิโคนและชั้นวางสำหรับ “สาวไซส์มินิ”

รีวิวแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับโครงสร้าง โดย นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์

อ่านเพิ่มเติม

ตารางแพทย์

ช่วงเวลาเข้าตรวจรักษาโดยตรงกับแพทย์ประจำ PSC คลินิก

นพ.พีระ
รพ. พระราม 9 อังคาร / พุธ / เสาร์ เวลา 13.00 – 18.00 น.
PSC CLINIC พฤหัสบดี / ศุกร์ เวลา 13.00 – 17.00 น.

รศ.พญ.วรีพร
พฤหัสบดี / ศุกร์ เวลา 13.00 – 18.00 น.

หยุดทำการทุกวันอาทิตย์