open-navigation
close-navigation

เคยฉีดฟิลเลอร์จมูกมา แต่อยากผ่าตัดเสริมจมูกใหม่ ต้องขูดออกไหม? ทำยังไงได้บ้าง?

แก้จมูกที่เคยทำหลายครั้งจนเนื้อบาง ศัลยแพทย์วางแผนอย่างไร

เคยฉีดฟิลเลอร์จมูกมา แต่อยากผ่าตัดเสริมจมูกใหม่ ต้องขูดออกไหม? ทำยังไงได้บ้าง?

สำหรับใครที่อยากมีสันจมูกที่ดูมีมิติ แต่ยังมีความกลัวเรื่องการผ่าตัด กลัวการพักฟื้น หรือยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเข้ากับจมูกทรงใหม่หรือไม่ “การฉีดสารเติมเต็ม (Filler)” มักจะเป็นทางเลือกแรกที่หลายคนตัดสินใจทำ เพราะเห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป สารเติมเต็มเหล่านี้อาจมีการสลายตัว ทรงจมูกเริ่มเปลี่ยน หรือหลายคนเริ่มมีความมั่นใจและอยากเปลี่ยนมาเป็นการ “ผ่าตัดเสริมจมูก” เพื่อผลลัพธ์ที่คงรูปและยาวนานกว่า

เมื่อถึงจุดที่ต้องการเปลี่ยนจากเข็มมาเป็นซิลิโคน คำถามยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้กับคนไข้มากที่สุดคือ “สารที่เคยฉีดเข้าไปต้องทำอย่างไร? จำเป็นต้องผ่าตัดขูดออกให้เจ็บตัวซ้ำซ้อนหรือไม่?” บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงขั้นตอนทางการแพทย์ที่ถูกต้องในการเตรียมพร้อมเนื้อเยื่อจมูก เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจากสารเติมเต็มมาสู่การผ่าตัดเสริมจมูกเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด

ทำไมถึงไม่สามารถใส่ซิลิโคนทับลงไปได้เลย?

หลายคนอาจมีความเข้าใจว่า สารเติมเต็มก็เป็นเพียงเจลนิ่มๆ หากใส่แท่งซิลิโคนทับลงไปก็น่าจะช่วยเพิ่มความโด่งได้เลย แต่ในทางการแพทย์ นี่คือสิ่งที่ “ไม่ควรทำอย่างยิ่ง” ครับ

การวางวัสดุเสริมอย่างซิลิโคนทับลงบนเนื้อเยื่อที่ยังมีสารเติมเต็มหลงเหลืออยู่ จะทำให้ซิลิโคนไม่มีฐานกระดูกที่มั่นคงให้ยึดเกาะ ส่งผลให้เกิดปัญหา “ซิลิโคนลอย” และสามารถไหลเอียงไปมาได้ง่าย นอกจากนี้ สารเติมเต็มที่ตกค้างอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย เพิ่มความเสี่ยงในการอักเสบและติดเชื้อหลังการผ่าตัดได้อย่างมหาศาล ดังนั้น การทำความสะอาดโครงสร้างจมูกเดิมให้เคลียร์ที่สุด จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ (หลีกเลี่ยงไม่ได้)

ต้อง “ขูดออก” หรือ “ฉีดสลาย” ? ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณฉีดเข้าไป

การจะพิจารณาว่าต้องใช้วิธีการใดในการนำสารเติมเต็มเดิมออกนั้น แพทย์ผู้ดูแลจะต้องทำการประเมินจาก “ประเภทของสาร” ที่คุณเคยฉีดเข้าไป ซึ่งโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ดังนี้:

กรณีที่ 1: ฉีดสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่ผ่านการรับรอง

หากคุณมั่นใจว่าสารที่ฉีดเข้าไปคือ สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทางการแพทย์และสามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติ ข่าวดีคือ “คุณไม่จำเป็นต้องผ่าตัดขูดออกครับ”

  • วิธีแก้ไข: แพทย์จะใช้วิธีการ “ฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase)” ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายสาร HA โดยตรง เมื่อฉีดเข้าไป สารเติมเต็มจะค่อยๆ สลายตัวและถูกขับออกจากร่างกายตามกลไกธรรมชาติ

  • ระยะเวลาเตรียมตัว: โดยปกติแพทย์จะแนะนำให้ฉีดสลายล่วงหน้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก เพื่อให้เนื้อเยื่อยุบบวมและกลับคืนสู่สภาพโครงสร้างเดิมอย่างสมบูรณ์ที่สุด

กรณีที่ 2: ฉีดสารเติมเต็มชนิดไม่สลายตัว (สารสังเคราะห์, ซิลิโคนเหลว) หรือสารที่ไม่ผ่านการรับรอง

หากในอดีตคุณเคยฉีดสารกลุ่มซิลิโคนเหลว พาราฟิน ไบโอพลาสติก หรือสารเติมเต็มที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ซึ่งไม่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติและไม่ตอบสนองต่อเอนไซม์ฉีดสลาย ในกรณีนี้ “จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเลาะและขูดออก” ครับ

  • วิธีแก้ไข: การขูดสารเหล่านี้ออกมีความซับซ้อนทางการแพทย์สูงมาก เนื่องจากสารสังเคราะห์มักจะแทรกซึมและเกาะติดแน่นกับเนื้อเยื่อจมูก แพทย์ผู้ดูแลจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการเลาะสารแปลกปลอมออกให้ได้มากที่สุด โดยต้องพยายามรักษาสภาพเนื้อเยื่อจมูกเดิมให้บอบช้ำน้อยที่สุด

  • ระยะเวลาเตรียมตัว: บางกรณีแพทย์อาจสามารถทำการขูดสารออกพร้อมกับการผ่าตัดเสริมจมูกใหม่ได้เลย (ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์) แต่หากปริมาณสารมีมากและเนื้อเยื่อเกิดการอักเสบ แพทย์อาจแนะนำให้ขูดออกแล้วพักจมูกไว้ก่อนประมาณ 3-6 เดือน จึงจะสามารถผ่าตัดเสริมจมูกใหม่ได้อย่างปลอดภัย

เทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมสำหรับเคสเคยฉีดสารเติมเต็ม

สำหรับเคสที่จำเป็นต้องมีการขูดสารสังเคราะห์ หรือมีพังผืดสะสมจากการฉีดมาเป็นเวลานาน แพทย์ผู้มีประสบการณ์มักจะแนะนำให้พิจารณาการผ่าตัดด้วยเทคนิค “เสริมจมูกแบบเปิดโครงสร้าง (Open Rhinoplasty)” เหตุผลสำคัญคือ เทคนิคการเปิดแผลแบบโอเพ่น จะช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในของจมูกได้อย่างชัดเจนแบบ 360 องศา ทำให้สามารถตามเลาะสารตกค้างและพังผืดที่ซ่อนอยู่ตามซอกกระดูกอ่อนได้อย่างหมดจดและปลอดภัยกว่าการเสริมแบบปิด (Closed) นอกจากนี้ หากการขูดสารทำให้ผิวหนังจมูกเดิมบางลง แพทย์ยังสามารถใช้เทคนิคการนำกระดูกอ่อนของร่างกายตนเอง (เช่น กระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนซี่โครง) มาช่วยในการสร้างโครงสร้างใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแรงและลดความเสี่ยงในการทะลุได้อีกด้วย

คำแนะนำก่อนเข้าพบแพทย์ เพื่อการวางแผนที่ปลอดภัย

หากคุณกำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนจากสารเติมเต็มมาเป็นการผ่าตัดเสริมจมูก สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมากับแพทย์”

  • 1. แจ้งประวัติการฉีดอย่างละเอียด: ฉีดมาเมื่อไหร่? ฉีดที่ไหน? ทราบยี่ห้อหรือประเภทของสารหรือไม่? ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินและเลือกวิธีรักษา
  • 2. ห้ามปิดบังข้อมูล: แม้คุณจะไม่แน่ใจว่าสารที่ฉีดคืออะไร ก็ควรแจ้งให้แพทย์ทราบตามตรง เพื่อให้แพทย์ได้ทำการประเมินเนื้อเยื่อเบื้องต้น (เช่น การคลำเพื่อดูความแข็ง หรือการทำอัลตราซาวนด์)
  • 3. เตรียมใจยอมรับข้อจำกัด: ในกรณีที่เป็นสารซิลิโคนเหลว แพทย์อาจไม่สามารถขูดออกได้ 100% เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายหนัก การออกแบบรูปทรงจมูกใหม่จึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยของโครงสร้างเดิมเป็นหลัก

การเคยฉีดสารเติมเต็มมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหมดโอกาสในการมีจมูกที่โด่งสวยจากการผ่าตัด เพียงแต่ต้องอาศัยขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของเนื้อเยื่อที่ถูกต้องและรัดกุมกว่าปกติ

การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และการให้แพทย์ผู้มีประสบการณ์ได้เป็นผู้ประเมินโครงสร้างและวางแผนการรักษา คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยคลายความกังวล เปลี่ยนความผิดพลาดหรือความกังวลใจในอดีต ให้กลายเป็นการเริ่มต้นใหม่ด้วยจมูกทรงสวยที่อยู่คู่กับคุณไปได้อย่างปลอดภัยและยาวนานครับ

ข้อมูลเสริมหน้าอกที่คุณอาจสนใจ

ตารางแพทย์

ช่วงเวลาเข้าตรวจรักษาโดยตรงกับแพทย์ประจำ PSC คลินิก

นพ.พีระ
รพ. พระราม 9 อังคาร / พุธ / เสาร์ เวลา 13.00 – 18.00 น.
PSC CLINIC พฤหัสบดี / ศุกร์ เวลา 13.00 – 17.00 น.

รศ.พญ.วรีพร
พฤหัสบดี / ศุกร์ เวลา 13.00 – 18.00 น.

หยุดทำการทุกวันอาทิตย์