NEWS ติดตามข่าวล่าสุดของ PSC Clinic

เช็กด่วน! สัญญาณเตือนจมูกเบี้ยว เอียง ทะลุ อาการแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

เช็กด่วน! สัญญาณเตือนจมูกเบี้ยว เอียง ทะลุ อาการแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

เช็กด่วน! สัญญาณเตือนจมูกเบี้ยว เอียง ทะลุ อาการแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

หลังจากผ่านพ้นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูกมาได้ สิ่งที่ตามมาคือช่วงเวลาแห่งการลุ้นและรอคอยให้จมูกยุบบวมและรัดแกนเข้าที่ แต่ในระหว่างกระบวนการพักฟื้นนี้ คนไข้หลายคนมักจะเกิดความกังวลใจเมื่อส่องกระจก และมักจะตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า “จมูกเราเบี้ยวไหม?” “ปลายจมูกแดงแบบนี้ปกติหรือเปล่า?” หรือ “นี่คือสัญญาณของจมูกทะลุใช่ไหม?”

การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ดีมากครับ แต่เพื่อให้คุณสามารถแยกแยะได้ว่า อาการแบบไหนคือกระบวนการฟื้นตัวตามปกติ และอาการแบบไหนคือ “สัญญาณเตือนอันตราย” ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ บทความนี้ได้รวบรวมเช็กลิสต์อาการผิดปกติหลังทำจมูก พร้อมคำแนะนำว่าเมื่อไหร่ที่คุณควรรีบกลับไปพบแพทย์ผู้ดูแลโดยด่วน

แยกให้ออก! อาการปกติ VS สัญญาณเตือน

ในช่วง 1-4 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ร่างกายจะอยู่ในช่วงที่มีการอักเสบและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ อาการบวม ช้ำ หรือความรู้สึกตึงบริเวณจมูก ถือเป็น “อาการปกติ” ที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ อาการบวมของเนื้อเยื่อทั้งสองข้างมักจะยุบตัวไม่เท่ากัน ทำให้ในช่วงเดือนแรก จมูกอาจดูเหมือนเอียงหรือไม่สมมาตร ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป

แต่หากพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้ว หรือมีอาการที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่คุณต้องให้ความสำคัญ

เช็กลิสต์สัญญาณเตือน: ปัญหาจมูกเบี้ยว หรือ เอียง

ปัญหาจมูกเอียงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฐานกระดูกเดิมมีความคดเอียง การวางซิลิโคนผิดชั้นเนื้อเยื่อ หรือการถูกกระแทกอย่างรุนแรงในช่วงที่จมูกยังไม่รัดแกน โดยสามารถสังเกตได้จาก:

  • สันจมูกไม่ตรงกับกึ่งกลางใบหน้า: เมื่ออาการบวมยุบลงสนิท (ประมาณ 3-6 เดือน) หากมองหน้าตรงแล้วพบว่าแท่งซิลิโคนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน สันจมูกไม่ตรงกับจุดกึ่งกลางระหว่างหัวตา หรือปลายจมูกไม่ตรงกับรอยหยักของริมฝีปากบน (Philtrum)

  • ลูบแล้วรู้สึกถึงขอบซิลิโคนที่เอียง: เมื่อใช้นิ้วลูบเบาๆ บริเวณสันจมูก จะรู้สึกว่าแกนซิลิโคนปัดไปด้านข้าง ไม่วางแนบสนิทอยู่บนแกนกระดูกจมูกเดิม

  • รูจมูกไม่เท่ากันอย่างรุนแรง: แม้โดยธรรมชาติรูจมูกคนเราอาจจะไม่เท่ากัน 100% แต่หากหลังทำจมูกพบว่ารูจมูกสองข้างมีความแตกต่างกันมาก หรือมีข้างใดข้างหนึ่งตีบแคบจนหายใจลำบาก อาจเกิดจากการเอียงของโครงสร้างภายใน

คำแนะนำ: หากจมูกเอียงแต่ไม่มีอาการเจ็บปวดหรืออักเสบร่วมด้วย อาจไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินร้ายแรง แต่ควรนัดหมายเพื่อเข้าไปให้แพทย์ประเมินโครงสร้างและวางแผนแก้ไขในระยะเวลาที่เหมาะสม (ปกติคือหลัง 6 เดือน)

เช็กลิสต์สัญญาณอันตราย: ภาวะเสี่ยงจมูกทะลุ

“จมูกทะลุ” คือภาวะที่ผิวหนังบริเวณปลายจมูกบางลงจนทนแรงดันจากวัสดุเสริมไม่ไหว และเกิดการฉีกขาดในที่สุด ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ “ต้องรีบพบแพทย์ทันที” โดยร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า ดังนี้:

1. ปลายจมูกใส สะท้อนแสง

เมื่อส่องกระจกในที่ที่มีแสงสว่าง จะสังเกตเห็นว่าผิวหนังบริเวณปลายจมูกมีความมันวาว สะท้อนแสง หรือดูใสจนสามารถมองเห็นเงาของแท่งซิลิโคนด้านในได้อย่างชัดเจน นี่คือสัญญาณเตือนระยะแรกว่าผิวหนังบริเวณนั้นกำลังถูกยืดจนบางมาก

2. ปลายจมูกแดงจัด และไม่ยอมหาย

ในช่วงแรกหลังผ่าตัดอาจมีรอยแดงได้บ้าง แต่หากผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนแล้ว ปลายจมูกยังมีสีแดงจัด หรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ คล้ายมีเลือดคั่ง และมีอาการตึงเสียวบริเวณปลายจมูกร่วมด้วย นี่คือสัญญาณว่าเนื้อเยื่อบริเวณนั้นกำลังขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากแรงตึงของซิลิโคน

3. ลูบแล้วสะดุด หรือเห็นขอบวัสดุชัดเจน

เมื่อใช้นิ้วลูบเบาๆ บริเวณปลายจมูกแล้วรู้สึกว่ามีแท่งแข็งๆ นูนขึ้นมาจนสะดุดมือ หรือเห็นเป็นขอบมุมของซิลิโคนดันผิวหนังขึ้นมาอย่างชัดเจน แสดงว่าซิลิโคนกำลังเคลื่อนตัวและดันผิวหนังจนใกล้จะทะลุ

4. มีสิวอักเสบ หรือตุ่มน้ำใสที่ปลายจมูก

หากจู่ๆ มีสิวอักเสบหัวหนอง ตุ่มน้ำใส หรือรอยบุ๋มสีดำเกิดขึ้นบริเวณปลายจมูก ห้ามบีบหรือเจาะเด็ดขาด! เพราะนี่อาจไม่ใช่สิวธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของการติดเชื้อและการอักเสบขั้นรุนแรงที่ทะลุชั้นผิวหนังออกมา

เช็กลิสต์สัญญาณเตือน: การติดเชื้อ (Infection)

การติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการดูแลแผลที่ไม่สะอาด หรือร่างกายต่อต้านวัสดุเสริม หากมีอาการดังต่อไปนี้ ต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับยาฆ่าเชื้อหรือถอดซิลิโคนออก:

  • ปวดบวมรุนแรงขึ้น: อาการปวดและบวมแทนที่จะลดลงตามระยะเวลา กลับบวมเป่งขึ้นมาใหม่ ปวดตุบๆ อย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว

  • มีของเหลวไหลซึม: มีน้ำเหลือง หนอง หรือเลือดที่มีกลิ่นเหม็นคาว ไหลซึมออกมาจากรอยแผลในรูจมูกอย่างต่อเนื่อง

  • มีไข้สูง: ร่างกายมีไข้อ่อนๆ ถึงไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับอาการปวดบวมที่จมูก

เมื่อพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องทำอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อคุณสังเกตเห็นความผิดปกติ คือ “การตั้งสติ” และปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้:

  1. ห้ามจับ บีบ นวด หรือดันซิลิโคนเองเด็ดขาด: การพยายามแก้ไขทรงด้วยตัวเอง จะยิ่งทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ เสี่ยงติดเชื้อ และอาจทำให้ซิลิโคนทะลุเร็วขึ้น

  2. ห้ามซื้อยามาทานหรือทาเอง: โดยเฉพาะหากมีตุ่มคล้ายสิวที่ปลายจมูก การทายารักษาสิวอาจกัดผิวหนังให้บางลงกว่าเดิม

  3. ติดต่อไปยังคลินิกหรือแพทย์ผู้ดูแลทันที: แจ้งอาการอย่างละเอียด ถ่ายภาพบริเวณที่ผิดปกติส่งให้เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้น และนัดหมายเข้าไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด


การทำศัลยกรรมจมูกให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้จบลงเพียงแค่วันที่ผ่าตัดเสร็จ แต่ยังรวมถึงการหมั่นสังเกตตัวเองและการดูแลร่างกายในช่วงพักฟื้นอย่างถูกต้อง หากคุณพบสัญญาณเตือนแม้เพียงเล็กน้อย การเข้าไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเช็กแต่เนิ่นๆ คือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องโครงสร้างจมูกของคุณ

จำไว้เสมอว่า “การป้องกันและแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ” ย่อมดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นปัญหาลุกลามที่แก้ไขได้ยากครับ

ข้อมูลเสริมหน้าอกที่คุณอาจสนใจ

Physician Schedule

Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.

นพ.พีระ
Rama 9 Hospital Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC Thursday / Friday: 13:00 – 17:00

รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.

Closed every Sunday