Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
ในวงการศัลยกรรมความงาม มีคำกล่าวที่ว่า “ทำจมูกครั้งแรกคือการสร้างศิลปะ แต่การแก้จมูกครั้งที่ 3 หรือ 4 คือการทำสงครามกับพังผืดและโครงสร้างที่พังทลาย”
สำหรับคนที่เคยผ่านสมรภูมิการทำจมูกมาแล้วหลายรอบ ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และถือเป็นฝันร้ายที่สุดคือภาวะ “เนื้อจมูกบาง” (Skin Thinning / Atrophy) บางเคสเนื้อบางใสจนเห็นขอบซิลิโคน หรือปลายจมูกตึงเปรี๊ยะจนแทบจะทะลุออกมา แค่ลูบเบาๆ ก็รู้สึกเสียวไปถึงกระดูก เมื่อมาถึงจุดนี้ การจะเดินเข้าคลินิกไปบอกหมอว่า “ขอเปลี่ยนแท่งใหม่ให้โด่งกว่าเดิมค่ะ” เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปครับ
วันนี้เราจะมาเปิดตำราแพทย์และเจาะลึกเบื้องหลังห้องผ่าตัดกันว่า เมื่อศัลยแพทย์ตกแต่งต้องเผชิญหน้ากับเคส “เนื้อบางวิกฤต” พวกเขาไม่ได้แค่ผ่าแล้วยัดซิลิโคนเข้าไปใหม่ แต่ต้องมีการวางแผนที่ซับซ้อนราวกับวิศวกรโครงสร้างเลยทีเดียวครับ
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เราต้องเข้าใจสาเหตุทางสรีรวิทยา (Physiology) ก่อนครับว่า ทำไมจมูกที่ผ่านมีดหมอมาหลายรอบถึงได้บางลงอย่างน่าตกใจ:
แรงดันมหาศาลจากซิลิโคน (Pressure Atrophy): การใส่ซิลิโคนที่ฝืนเนื้อ โด่งพุ่งเกินไป จะสร้างแรงกดทับอย่างต่อเนื่องต่อเนื้อเยื่อและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) เมื่อไขมันถูกกดทับนานๆ มันจะเกิดการฝ่อตัวและหายไป ทำให้เนื้อเยื่อที่เคยหนานุ่ม กลายเป็นเพียงหนังบางๆ ที่หุ้มแท่งซิลิโคนอยู่
การทำลายระบบไหลเวียนเลือด (Compromised Blood Supply): การผ่าตัดเปิดแผลซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นการทำลายโครงข่ายเส้นเลือดฝอยที่คอยหล่อเลี้ยงผิวหนังจมูก เมื่อเลือดไปเลี้ยงไม่พอ เนื้อเยื่อก็จะไม่สมบูรณ์และบางลง
การเลาะพังผืดซ้ำซ้อน (Repeated Capsulectomy): ทุกครั้งที่แก้จมูก ร่างกายจะสร้าง “พังผืด” (Capsule) ขึ้นมารัดสิ่งแปลกปลอม การที่หมอต้องเข้าไปเลาะพังผืดเก่าออกหลายๆ ครั้ง จะทำให้เนื้อเยื่อจมูกส่วนที่ดีสูญเสียไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อคนไข้มาปรึกษา ศัลยแพทย์จะยังไม่ตกลงผ่าตัดทันทีครับ แต่จะต้องทำการทดสอบความยืดหยุ่นของผิวหนัง (Skin Elasticity) และประเมินความตึงเครียดของเนื้อเยื่ออย่างละเอียด:
Pinch Test: หมอจะลองหยิบหรือดึงเนื้อปลายจมูกดูว่ายังพอมีความยืดหยุ่นเหลืออยู่ไหม ถ้าดึงไม่ขึ้นเลย แปลว่าพังผืดรัดแน่นและเนื้อตึงขั้นสุด
Blanching Sign: สังเกตสีผิวที่ปลายจมูก หากมีสีซีดขาว หรือแดงคล้ำผิดปกติ แปลว่าเลือดไปเลี้ยงไม่พอ เสี่ยงต่อการเกิดเนื้อตาย (Necrosis) สูงมาก
การตัดสินใจครั้งใหญ่ (To Rest or To Revise): หากประเมินแล้วเนื้อบางระดับวิกฤต หมออาจต้องบังคับให้คนไข้ “ถอดพัก” ซิลิโคนออกไปก่อน 3-6 เดือน เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูเนื้อเยื่อและสร้างเส้นเลือดใหม่ ก่อนที่จะทำการแก้ไขโครงสร้างในสเตปต่อไป
สำหรับเคสที่เนื้อบางจัด การใช้ซิลิโคน (ไม่ว่าจะเกรดนิ่มแค่ไหนก็ตาม) ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด (Contraindication) เพราะผิวหนังไม่มีแรงต้านทานพอที่จะรับสิ่งแปลกปลอมสังเคราะห์ได้อีกแล้ว ศัลยแพทย์จึงต้องเปลี่ยนแผนมาใช้วัสดุจากร่างกายคนไข้เองครับ:
กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib Cartilage): นี่คือพระเอกขี่ม้าขาวสำหรับงานแก้จมูก หมอจะผ่าตัดนำกระดูกอ่อนซี่โครงของคนไข้มาเหลาเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อใช้สร้าง “เสาจมูก” ใหม่ (Columellar Strut) และทำโครงสร้างปลายจมูกให้แข็งแรง ข้อดีคือเป็นเนื้อเยื่อตัวเอง 100% จึงไม่มีโอกาสเกิดการต่อต้านหรือทะลุแบบซิลิโคน
เทคนิค Open Rhinoplasty: งานระดับนี้ ไม่สามารถผ่าแบบปิด (Closed) ได้อีกต่อไป ต้องใช้เทคนิคเปิดหน้าจมูก เพื่อให้หมอเห็นโครงสร้างทั้งหมด เลาะพังผืดออกได้หมดจด และวางโครงสร้างซี่โครงได้อย่างแม่นยำ
แม้จะสร้างโครงสร้างกระดูกซี่โครงเสร็จแล้ว แต่ถ้าปล่อยให้ผิวหนังที่บางเฉียบไปหุ้มกระดูกโดยตรง เมื่อเวลาผ่านไปจมูกจะดูแข็งทื่อ เห็นขอบกระดูกชัดเจน และดูไม่เป็นธรรมชาติ ศัลยแพทย์จึงต้องมีเทคนิคพิเศษในการ “ห่มผ้า” ให้จมูกครับ:
การใช้เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (Fascia Graft): หมออาจจะนำเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อบริเวณขมับ (Temporalis Fascia) หรือเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อหลังหู มาคลุมทับโครงสร้างกระดูกซี่โครงอีกชั้นหนึ่ง เหมือนเป็นการเสริมเบาะนุ่มๆ ให้กับผิวหนังที่บาง ทำให้จมูกดูละมุนขึ้น
เนื้อเยื่อเทียม (ADM – Acellular Dermal Matrix): หากไม่อยากเจ็บตัวหลายซอกหลายมุม หมออาจพิจารณาใช้เนื้อเยื่อเทียมที่ผ่านการสกัดเซลล์ออกแล้ว (เพื่อป้องกันการต่อต้าน) นำมารองบริเวณปลายจมูกหรือสันจมูก เพื่อเพิ่มความหนาของชั้นผิวหนัง ช่วยลดโอกาสการสะท้อนแสงและการเห็นขอบโครงสร้างได้ดีเยี่ยม
การแก้จมูกที่เนื้อบางจนวิกฤต ไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ แต่เป็นผลลัพธ์จากทักษะทางกายวิภาคศาสตร์ การวางแผนที่รัดกุม และการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมของศัลยแพทย์ตกแต่ง สิ่งสำคัญที่สุดที่คนไข้ต้องเข้าใจคือ เป้าหมายของการแก้จมูกในสภาวะนี้ ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะโด่งกว่ากัน แต่คือการพากลับไปสู่ “ความปลอดภัย แข็งแรง และดูเป็นธรรมชาติที่สุด” เท่าที่เนื้อเยื่อเดิมจะเอื้ออำนวยครับ!
Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.
นพ.พีระ
Rama 9 Hospital
Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC
Thursday / Friday: 13:00 – 17:00
รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.
Closed every Sunday
คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง PSC ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ทันสมัย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในสายอาชีพศัลยกรรม ได้รับรางวัลและเป็นวิทยากรรับเชิญชั้นนำในระดับนานาชาติ ทั้งด้านบริการ Nose Surgery และ บริการเสริมหน้าอก Breast Surgery โดยคุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic | Plastic Surgery Skin & Laser