Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
“อยากดั้งโด่งแต่กลัวการผ่าตัด” ประโยคนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกใช้ “ฟิลเลอร์” (Filler) หรือสารเติมเต็มในการเนรมิตทรงจมูกใหม่ เพราะเห็นโฆษณาว่าทำเสร็จปุ๊บ สวยปั๊บ ไม่ต้องพักฟื้น (No Downtime) แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ การฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูกนั้น ถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่ “อันตรายและมีความเสี่ยงสูงที่สุด” บนใบหน้า หากไม่ได้ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) อย่างแท้จริง
วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า ทำไมการฉีดฟิลเลอร์จมูกถึงพลาดกันได้ง่ายๆ เมื่อฉีดผิดตำแหน่งแล้วจะเกิดผลเสียอะไรบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือ… ถ้าพลาดไปแล้วจมูกผิดรูป จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรให้กลับมาปลอดภัยเหมือนเดิมครับ
จมูกของเราไม่ได้มีแค่กระดูกและผิวหนังหุ้มไว้เฉยๆ ครับ แต่ใต้ผิวหนังจมูกนั้นเต็มไปด้วย โครงข่ายเส้นเลือด (Vascular Network) ที่สลับซับซ้อนมาก โดยเฉพาะเส้นเลือดแดงที่ชื่อว่า Dorsal Nasal Artery ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักที่คอยส่งเลือดไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณสันจมูกและปลายจมูก และที่สำคัญคือ เส้นเลือดบริเวณนี้มีการเชื่อมต่อตรงเข้าสู่ “เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา” การฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ปลอดภัย แพทย์จะต้องฉีดลงไปในชั้นที่ลึกที่สุด คือชั้นเหนือกระดูก (Supraperiosteal Plane) ซึ่งเป็นชั้นที่ไม่มีเส้นเลือดใหญ่พาดผ่าน แต่ถ้าแพทย์ขาดความชำนาญ แล้วเผลอเดินเข็มตื้นเกินไป หรือฉีดผิดตำแหน่ง ปัญหาใหญ่จะตามมาทันทีครับ
เมื่อฟิลเลอร์ (ซึ่งมีลักษณะเป็นเจลนิ่มๆ) ถูกฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาตามมาดังนี้ครับ:
1. ภาวะจมูกสิงโต หรือ จมูกอวตาร (Avatar Nose / Filler Migration) นี่คือปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดครับ! หากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป (Superficial subcutaneous layer) หรือฉีดปริมาณมากเกินกว่าที่ผิวหนังจะรับไหว เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์ซึ่งอุ้มน้ำได้ดี จะเริ่มทนแรงรัดของผิวหนังไม่ไหว และเกิดการ “ไหล” หรือ “บานออก” ด้านข้าง (Migration) ทำให้สันจมูกที่เคยดูคม กลายเป็นสันจมูกที่กว้างใหญ่ แบน ไร้มิติ มองหน้าตรงแล้วดูคล้ายกับชาวนาวีในหนังเรื่อง Avatar นั่นเองครับ
2. ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็ง (Nodule & Granuloma Formation) ในบางเคส ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อฟิลเลอร์ที่ฉีดตื้นเกินไป โดยสร้างพังผืดมาล้อมรอบตัวฟิลเลอร์นั้นไว้ ทำให้เวลาลูบไปที่สันจมูกจะรู้สึกถึงก้อนแข็งๆ เป็นตะปุ่มตะป่ำ ไม่เรียบเนียน บางครั้งอาจมีอาการอักเสบแดงร่วมด้วย ซึ่งทำให้ทรงจมูกดูผิดรูปและเสียทรงอย่างชัดเจน
3. ขั้นวิกฤต: เส้นเลือดอุดตัน และ ภาวะเนื้อตาย (Vascular Occlusion & Necrosis) นี่คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดของการฉีดฟิลเลอร์จมูกครับ หากปลายเข็มบังเอิญทะลุเข้าไปในเส้นเลือด หรือฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปมีปริมาณมากจนไป “กดทับ” เส้นเลือดด้านนอก จะทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงผิวหนังได้
สัญญาณเตือน: ผิวหนังบริเวณจมูกจะซีดขาวทันที ตามมาด้วยรอยจ้ำม่วงคล้ายตาข่าย (Livedo Reticularis) และมีอาการปวดอย่างรุนแรง
ผลลัพธ์: หากไม่ได้รับการฉีดยาสลายฟิลเลอร์อย่างทันท่วงทีภายในไม่กี่ชั่วโมง ผิวหนังบริเวณนั้นจะเริ่มดำและตาย (Necrosis) จนกลายเป็นแผลเป็นถาวร และหากฟิลเลอร์หลุดรอดไหลย้อนกลับไปที่ตา อาจทำให้เกิดภาวะ “ตาบอดถาวร” ได้เลยครับ
การแก้ไขจมูกที่ผิดรูปจากฟิลเลอร์นั้น ต้องแบ่งตาม “ชนิดของสาร” ที่ฉีดเข้าไปครับ ซึ่งความยากง่ายจะต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว:
กรณีที่ 1: มั่นใจว่าฉีดฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid – HA) โชคดีของคนที่ฉีดฟิลเลอร์แท้ครับ เพราะฟิลเลอร์กลุ่ม HA มียาแก้ทางที่ชื่อว่า เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) แพทย์จะทำการฉีดเอนไซม์ตัวนี้เข้าไปยังตำแหน่งที่มีปัญหา เอนไซม์จะเข้าไปย่อยสลายฟิลเลอร์ให้กลายเป็นน้ำ และถูกร่างกายขับออกไปตามธรรมชาติภายใน 24 – 48 ชั่วโมง จมูกที่เคยบานเป็นอวตารก็จะยุบลงกลับสู่สภาพเดิม
หมายเหตุ: หากต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนต่อ แพทย์มักจะแนะนำให้รอหลังฉีดสลายประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อเข้าที่ก่อนครับ
กรณีที่ 2: พลาดไปฉีดฟิลเลอร์ปลอม (ซิลิโคนเหลว / ไบโอพลาสติก) นี่คือ “ฝันร้าย” ของทั้งคนไข้และศัลยแพทย์ครับ สารพวกนี้ไม่สามารถฉีดสลายได้! เมื่อมันเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อ มันจะแทรกซึมและเกาะติดกับผิวหนังและเนื้อเยื่อจมูกอย่างแน่นหนาจนเกิดพังผืดแข็งรัดตัว
วิธีแก้ไขทางเดียว: ต้องใช้วิธี “การผ่าตัดขูดออก” (Surgical Removal) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะต้องใช้เทคนิคเปิดหน้าจมูก (Open Rhinoplasty) เพื่อให้เห็นโครงสร้างทั้งหมด แพทย์จะต้องค่อยๆ เลาะและขูดสารเหล่านี้ออกให้ได้มากที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่มีทางที่จะขูดสารแปลกปลอมออกได้ 100% ครับ เพราะการขูดที่ลึกเกินไปจะทำลายเนื้อเยื่อดีๆ และเส้นเลือดของคนไข้ไปด้วย ทำให้จมูกบาง หรือเสี่ยงเนื้อตายหลังผ่าตัดสูงมาก การเสริมจมูกใหม่หลังขูดฟิลเลอร์ปลอมจึงมักต้องใช้ “เนื้อเยื่อของคนไข้เอง” เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง มาทำโครงสร้างเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ แม้จะไม่มีการผ่าตัด แต่แฝงไปด้วยความเสี่ยงทางกายวิภาคที่อันตรายถึงชีวิตและสายตา หากเกิดปัญหาจมูกผิดรูป บาน หรือเป็นก้อน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “รีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง” เพื่อประเมินชนิดของสารและวางแผนการแก้ไขอย่างถูกต้อง ยิ่งปล่อยไว้นาน พังผืดจะยิ่งเกาะแน่น และการแก้ไขจะยิ่งเป็นงานที่ยากขึ้นทวีคูณครับ!
Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.
นพ.พีระ
Rama 9 Hospital
Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC
Thursday / Friday: 13:00 – 17:00
รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.
Closed every Sunday
คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง PSC ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ทันสมัย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในสายอาชีพศัลยกรรม ได้รับรางวัลและเป็นวิทยากรรับเชิญชั้นนำในระดับนานาชาติ ทั้งด้านบริการ Nose Surgery และ บริการเสริมหน้าอก Breast Surgery โดยคุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic | Plastic Surgery Skin & Laser