NEWS ติดตามข่าวล่าสุดของ PSC Clinic

จมูกผิดรูปจากการฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง แนวทางแก้ไขและความเสี่ยง

จมูกผิดรูปจากการฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง แนวทางแก้ไขและความเสี่ยง

จมูกผิดรูปจากการฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง แนวทางแก้ไขและความเสี่ยง

“อยากดั้งโด่งแต่กลัวการผ่าตัด” ประโยคนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกใช้ “ฟิลเลอร์” (Filler) หรือสารเติมเต็มในการเนรมิตทรงจมูกใหม่ เพราะเห็นโฆษณาว่าทำเสร็จปุ๊บ สวยปั๊บ ไม่ต้องพักฟื้น (No Downtime) แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ การฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูกนั้น ถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่ “อันตรายและมีความเสี่ยงสูงที่สุด” บนใบหน้า หากไม่ได้ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) อย่างแท้จริง

วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า ทำไมการฉีดฟิลเลอร์จมูกถึงพลาดกันได้ง่ายๆ เมื่อฉีดผิดตำแหน่งแล้วจะเกิดผลเสียอะไรบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือ… ถ้าพลาดไปแล้วจมูกผิดรูป จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรให้กลับมาปลอดภัยเหมือนเดิมครับ

ทำไม “จมูก” ถึงเป็นจุดปราบเซียนของการฉีดฟิลเลอร์?

จมูกของเราไม่ได้มีแค่กระดูกและผิวหนังหุ้มไว้เฉยๆ ครับ แต่ใต้ผิวหนังจมูกนั้นเต็มไปด้วย โครงข่ายเส้นเลือด (Vascular Network) ที่สลับซับซ้อนมาก โดยเฉพาะเส้นเลือดแดงที่ชื่อว่า Dorsal Nasal Artery ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักที่คอยส่งเลือดไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณสันจมูกและปลายจมูก และที่สำคัญคือ เส้นเลือดบริเวณนี้มีการเชื่อมต่อตรงเข้าสู่ “เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา” การฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ปลอดภัย แพทย์จะต้องฉีดลงไปในชั้นที่ลึกที่สุด คือชั้นเหนือกระดูก (Supraperiosteal Plane) ซึ่งเป็นชั้นที่ไม่มีเส้นเลือดใหญ่พาดผ่าน แต่ถ้าแพทย์ขาดความชำนาญ แล้วเผลอเดินเข็มตื้นเกินไป หรือฉีดผิดตำแหน่ง ปัญหาใหญ่จะตามมาทันทีครับ

สารพัดปัญหา “จมูกผิดรูป” เมื่อฟิลเลอร์อยู่ผิดที่

เมื่อฟิลเลอร์ (ซึ่งมีลักษณะเป็นเจลนิ่มๆ) ถูกฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาตามมาดังนี้ครับ:

1. ภาวะจมูกสิงโต หรือ จมูกอวตาร (Avatar Nose / Filler Migration) นี่คือปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดครับ! หากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป (Superficial subcutaneous layer) หรือฉีดปริมาณมากเกินกว่าที่ผิวหนังจะรับไหว เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์ซึ่งอุ้มน้ำได้ดี จะเริ่มทนแรงรัดของผิวหนังไม่ไหว และเกิดการ “ไหล” หรือ “บานออก” ด้านข้าง (Migration) ทำให้สันจมูกที่เคยดูคม กลายเป็นสันจมูกที่กว้างใหญ่ แบน ไร้มิติ มองหน้าตรงแล้วดูคล้ายกับชาวนาวีในหนังเรื่อง Avatar นั่นเองครับ

2. ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็ง (Nodule & Granuloma Formation) ในบางเคส ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อฟิลเลอร์ที่ฉีดตื้นเกินไป โดยสร้างพังผืดมาล้อมรอบตัวฟิลเลอร์นั้นไว้ ทำให้เวลาลูบไปที่สันจมูกจะรู้สึกถึงก้อนแข็งๆ เป็นตะปุ่มตะป่ำ ไม่เรียบเนียน บางครั้งอาจมีอาการอักเสบแดงร่วมด้วย ซึ่งทำให้ทรงจมูกดูผิดรูปและเสียทรงอย่างชัดเจน

3. ขั้นวิกฤต: เส้นเลือดอุดตัน และ ภาวะเนื้อตาย (Vascular Occlusion & Necrosis) นี่คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดของการฉีดฟิลเลอร์จมูกครับ หากปลายเข็มบังเอิญทะลุเข้าไปในเส้นเลือด หรือฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปมีปริมาณมากจนไป “กดทับ” เส้นเลือดด้านนอก จะทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงผิวหนังได้

  • สัญญาณเตือน: ผิวหนังบริเวณจมูกจะซีดขาวทันที ตามมาด้วยรอยจ้ำม่วงคล้ายตาข่าย (Livedo Reticularis) และมีอาการปวดอย่างรุนแรง

  • ผลลัพธ์: หากไม่ได้รับการฉีดยาสลายฟิลเลอร์อย่างทันท่วงทีภายในไม่กี่ชั่วโมง ผิวหนังบริเวณนั้นจะเริ่มดำและตาย (Necrosis) จนกลายเป็นแผลเป็นถาวร และหากฟิลเลอร์หลุดรอดไหลย้อนกลับไปที่ตา อาจทำให้เกิดภาวะ “ตาบอดถาวร” ได้เลยครับ

แนวทางแก้ไข: เมื่อจมูกพัง ต้องซ่อมอย่างไร?

การแก้ไขจมูกที่ผิดรูปจากฟิลเลอร์นั้น ต้องแบ่งตาม “ชนิดของสาร” ที่ฉีดเข้าไปครับ ซึ่งความยากง่ายจะต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว:

กรณีที่ 1: มั่นใจว่าฉีดฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid – HA) โชคดีของคนที่ฉีดฟิลเลอร์แท้ครับ เพราะฟิลเลอร์กลุ่ม HA มียาแก้ทางที่ชื่อว่า เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) แพทย์จะทำการฉีดเอนไซม์ตัวนี้เข้าไปยังตำแหน่งที่มีปัญหา เอนไซม์จะเข้าไปย่อยสลายฟิลเลอร์ให้กลายเป็นน้ำ และถูกร่างกายขับออกไปตามธรรมชาติภายใน 24 – 48 ชั่วโมง จมูกที่เคยบานเป็นอวตารก็จะยุบลงกลับสู่สภาพเดิม

หมายเหตุ: หากต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนต่อ แพทย์มักจะแนะนำให้รอหลังฉีดสลายประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อเข้าที่ก่อนครับ

กรณีที่ 2: พลาดไปฉีดฟิลเลอร์ปลอม (ซิลิโคนเหลว / ไบโอพลาสติก) นี่คือ “ฝันร้าย” ของทั้งคนไข้และศัลยแพทย์ครับ สารพวกนี้ไม่สามารถฉีดสลายได้! เมื่อมันเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อ มันจะแทรกซึมและเกาะติดกับผิวหนังและเนื้อเยื่อจมูกอย่างแน่นหนาจนเกิดพังผืดแข็งรัดตัว

  • วิธีแก้ไขทางเดียว: ต้องใช้วิธี “การผ่าตัดขูดออก” (Surgical Removal) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะต้องใช้เทคนิคเปิดหน้าจมูก (Open Rhinoplasty) เพื่อให้เห็นโครงสร้างทั้งหมด แพทย์จะต้องค่อยๆ เลาะและขูดสารเหล่านี้ออกให้ได้มากที่สุด

  • ข้อควรระวัง: ไม่มีทางที่จะขูดสารแปลกปลอมออกได้ 100% ครับ เพราะการขูดที่ลึกเกินไปจะทำลายเนื้อเยื่อดีๆ และเส้นเลือดของคนไข้ไปด้วย ทำให้จมูกบาง หรือเสี่ยงเนื้อตายหลังผ่าตัดสูงมาก การเสริมจมูกใหม่หลังขูดฟิลเลอร์ปลอมจึงมักต้องใช้ “เนื้อเยื่อของคนไข้เอง” เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง มาทำโครงสร้างเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ แม้จะไม่มีการผ่าตัด แต่แฝงไปด้วยความเสี่ยงทางกายวิภาคที่อันตรายถึงชีวิตและสายตา หากเกิดปัญหาจมูกผิดรูป บาน หรือเป็นก้อน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “รีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง” เพื่อประเมินชนิดของสารและวางแผนการแก้ไขอย่างถูกต้อง ยิ่งปล่อยไว้นาน พังผืดจะยิ่งเกาะแน่น และการแก้ไขจะยิ่งเป็นงานที่ยากขึ้นทวีคูณครับ!

ข้อมูลเสริมหน้าอกที่คุณอาจสนใจ

Physician Schedule

Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.

นพ.พีระ
Rama 9 Hospital Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC Thursday / Friday: 13:00 – 17:00

รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.

Closed every Sunday