NEWS ติดตามข่าวล่าสุดของ PSC Clinic

หลังเสริมหน้าอก ตรวจมะเร็งเต้านมได้ไหม? วิธีตรวจที่ปลอดภัย

หลังเสริมหน้าอก ตรวจมะเร็งเต้านมได้ไหม? วิธีตรวจที่ปลอดภัย

หลังเสริมหน้าอก ตรวจมะเร็งเต้านมได้ไหม? วิธีตรวจที่ปลอดภัย

“อยากทำหน้าอกค่ะหมอ แต่ที่บ้านเบรกไว้ บอกว่าถ้าใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้ว อนาคตจะตรวจมะเร็งเต้านมไม่ได้ จริงไหมคะ?” “หนูทำหน้าอกมา 5 ปีแล้ว ถึงวัยที่ต้องตรวจแมมโมแกรม แต่กลัวเครื่องหนีบจนซิลิโคนแตกในอก ไม่กล้าไปตรวจเลยค่ะ!”

โรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) ถือเป็นภัยเงียบอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยมากที่สุดครับ การคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องที่วงการแพทย์รณรงค์อย่างหนัก แต่สำหรับสาวๆ ที่ผ่านการ “ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation)” มาแล้ว มักจะมีกำแพงความกลัวและข้อสงสัยมากมาย ทั้งกลัวซิลิโคนบังเนื้อร้าย หรือกลัวเครื่องตรวจจะบีบจนหน้าอกพัง

วันนี้เราจะมาลบความเชื่อผิดๆ ด้วยข้อเท็จจริงทางการแพทย์กันครับ ขอตอบตรงนี้ให้ชื่นใจเลยว่า “คนเสริมหน้าอก สามารถตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้ 100% และซิลิโคนไม่ได้เป็นอุปสรรคจนตรวจไม่เจอครับ” แต่การตรวจนั้นจะมีเทคนิคพิเศษที่แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างไรบ้าง เรามาเจาะลึกไปพร้อมๆ กันครับ!

สยบความเชื่อ: เครื่องแมมโมแกรม จะหนีบ “ซิลิโคนแตก” จริงหรือ?

นี่คือความกลัวอันดับหนึ่งที่ทำให้คนทำหน้าอกหนีการตรวจสุขภาพครับ! หลักการทำงานของเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม (Digital Mammogram) คือการใช้แผ่นพลาสติกใสสองแผ่น บีบกดเนื้อเต้านมให้แบนลง เพื่อให้รังสีเอกซเรย์ทะลุผ่านและเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อได้ชัดเจนที่สุด

หลายคนจินตนาการว่าแรงบีบนี้จะทำให้ซิลิโคนแตกดังโพละ! แต่ในทางการแพทย์ “ซิลิโคนเกรดการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงดันมหาศาลครับ” ซิลิโคนแท้ที่ได้มาตรฐาน สามารถรองรับน้ำหนักรถยนต์เหยียบได้ หรือทนแรงกดทับได้เป็นร้อยกิโลกรัมโดยไม่แตกบ่อย (เว้นแต่จะถูกของมีคมเจาะ) ในขณะที่เครื่องแมมโมแกรมใช้แรงบีบเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อเยื่อกระจายตัวเท่านั้น โอกาสที่เครื่องจะบีบซิลิโคนจนแตกจึง “แทบจะเป็นศูนย์” ครับ

ซิลิโคนจะ “บัง” เนื้อร้ายจนหมอมองไม่เห็นไหม?

คำถามนี้ต้องตอบตามหลักกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) ครับ แท่งซิลิโคนมีความทึบรังสี (Radiopaque) ซึ่งหมายความว่าเวลาเอกซเรย์ มันจะบดบังเนื้อเยื่อเต้านมบางส่วนที่อยู่ด้านหลังมันจริงครับ แต่วงการรังสีวิทยาได้แก้ปัญหานี้ไว้นานแล้ว และความยากง่ายจะขึ้นอยู่กับ “ตำแหน่งการวางซิลิโคน” ของคุณด้วย:

  • วางใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular / Dual Plane): นี่คือตำแหน่งที่แพทย์รังสีวิทยาชอบที่สุดครับ เพราะซิลิโคนถูกซ่อนไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก (Pectoralis Major) ทำให้เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมทั้งหมดถูกดันออกมาอยู่ด้านหน้า เมื่อเอกซเรย์ จึงเห็นเนื้อเต้านมได้ชัดเจนแทบไม่ต่างจากคนปกติ

  • วางเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular): ซิลิโคนจะอยู่ชิดกับเนื้อเต้านมมาก ทำให้บดบังเนื้อเยื่อได้มากกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะนักรังสีเทคนิคมี “เทคนิคพิเศษ” ในการจัดการเรื่องนี้

วิธีการตรวจที่ปลอดภัยและแม่นยำ สำหรับคนมีซิลิโคน

การเดินเข้าไปตรวจเต้านมสำหรับคนทำหน้าอก จะมีการใช้เครื่องมือและเทคนิคที่อัปเกรดขึ้นมา เพื่อความปลอดภัยและความแม่นยำสูงสุด ดังนี้ครับ:

วิธีที่ 1: แมมโมแกรม พร้อมเทคนิค Eklund (Implant Displacement Views) เมื่อคุณแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีซิลิโคน นักรังสีเทคนิคจะไม่บีบหน้าอกคุณตรงๆ แบบคนทั่วไปครับ แต่จะใช้เทคนิคพิเศษระดับโลกที่เรียกว่า Eklund Technique * หลักการทำงาน: เจ้าหน้าที่จะใช้มือค่อยๆ ดันแท่งซิลิโคนของคุณให้ถอยร่นไปติดกับผนังทรวงอกด้านหลัง จากนั้นจะดึงเฉพาะ “เนื้อเยื่อเต้านมจริงๆ” มาไว้ด้านหน้า แล้วจึงค่อยให้เครื่องแมมโมแกรมหนีบเฉพาะส่วนเนื้อเยื่อนั้น วิธีนี้จะทำให้ได้ภาพเอกซเรย์เนื้อเต้านมที่ชัดเจน โดยที่แท่งซิลิโคนแทบไม่โดนแรงบีบเลยครับ ปลอดภัยหายห่วง!

วิธีที่ 2: อัลตราซาวนด์เต้านม (Breast Ultrasound) สำหรับผู้หญิงเอเชียที่มักจะมีเนื้อเต้านมหนาแน่น (Dense Breasts) การทำอัลตราซาวนด์ร่วมด้วยคือสิ่งที่ศัลยแพทย์แนะนำอย่างยิ่งครับ อัลตราซาวนด์ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ไม่มีรังสี ไม่มีการบีบกด และที่สำคัญคือ “คลื่นเสียงสามารถทะลุผ่านเนื้อเยื่อไปดูบริเวณรอบๆ ซิลิโคนได้อย่างชัดเจน” ช่วยแยกแยะระหว่างถุงน้ำ (Cyst) กับก้อนเนื้อแข็ง (Solid Mass) ได้ดีมากครับ

วิธีที่ 3: เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Breast MRI) นี่คือ “สุดยอดอาวุธ (Gold Standard)” ของสาวๆ ที่ทำหน้าอกมานานหลายปีครับ การทำ MRI ไม่ต้องใช้การบีบหน้าอกเลย แค่นอนคว่ำหน้าลงบนเตียง เครื่องจะสแกนภาพแบบ 3 มิติความละเอียดสูงมาก ข้อดีของ MRI ไม่ได้มีแค่การหามะเร็งเต้านมได้อย่างแม่นยำที่สุดเท่านั้น แต่มันยังเป็นเครื่องมือเดียวที่สามารถตรวจสอบได้ว่า “ซิลิโคนของคุณมีการรั่วซึม หรือแตกเงียบ (Silent Rupture) ซ่อนอยู่หรือไม่” ซึ่งศัลยแพทย์มักแนะนำให้ทำ MRI เช็กซิลิโคนทุกๆ 5-10 ปีหลังการผ่าตัดครับ

ข้อควรปฏิบัติก่อนไปตรวจมะเร็งเต้านม

เพื่อให้การตรวจราบรื่นและแม่นยำที่สุด สาวๆ ควรเตรียมตัวดังนี้:

  • “แจ้ง” สถานพยาบาลล่วงหน้าเสมอ: ตอนโทรนัดหมาย ต้องแจ้งทันทีว่า “เสริมหน้าอกมา” เพื่อให้โรงพยาบาลจัดเตรียมนักรังสีเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ Eklund Technique มาดูแลคุณโดยเฉพาะ

  • จดจำรายละเอียดการผ่าตัด: ถ้าเป็นไปได้ ควรจำให้ได้ว่าตัวเองใส่ซิลิโคนยี่ห้ออะไร ไซส์เท่าไหร่ และวางตำแหน่งไหน (ใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อ) ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์รังสีวิทยาวางแผนการสแกนได้แม่นยำขึ้น

  • หมั่นคลำเต้านมด้วยตัวเอง (Self-Exam): สาวๆ ที่ทำหน้าอกควรคลำเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำทุกเดือนหลังหมดประจำเดือน การมีซิลิโคนดันอยู่ด้านหลัง บางครั้งกลับช่วยให้เราคลำเจอก้อนเนื้อที่ผิดปกติได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำครับ!

การมีหน้าอกที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงทางสุขภาพครับ วิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันพัฒนาไปไกลมาก การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนที่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการเลือกเทคนิคผ่าตัดที่ถูกต้อง จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการตรวจหามะเร็งเต้านมอย่างแน่นอน ขอเพียงแค่คุณกล้าที่จะเดินเข้าไปตรวจ และแจ้งข้อมูลให้แพทย์ทราบอย่างตรงไปตรงมา คุณก็สามารถเป็นเจ้าของหน้าอกที่ทั้งสวยงาม มั่นใจ และปลอดภัย ปราศจากโรคร้ายไปได้ตลอดชีวิตครับ!

ข้อมูลเสริมหน้าอกที่คุณอาจสนใจ

Physician Schedule

Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.

นพ.พีระ
Rama 9 Hospital Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC Thursday / Friday: 13:00 – 17:00

รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.

Closed every Sunday