NEWS ติดตามข่าวล่าสุดของ PSC Clinic

เสริมหน้าอกซิลิโคนผิวเรียบ vs ผิวทราย ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี

เสริมหน้าอกซิลิโคนผิวเรียบ vs ผิวทราย ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี

เสริมหน้าอกซิลิโคนผิวเรียบ vs ผิวทราย ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี

การศัลยกรรมเสริมหน้าอกถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน นอกเหนือจากการเลือกขนาดรูปทรง หรือเทคนิคการผ่าตัดและตำแหน่งการวางซิลิโคนแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ศัลยแพทย์มักจะนำมาปรึกษาและร่วมตัดสินใจกับผู้รับการผ่าตัดคือ “พื้นผิวของวัสดุซิลิโคน” ซึ่งในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth) และ ซิลิโคนผิวทราย (Textured)

พื้นผิวของซิลิโคนไม่ได้มีความแตกต่างเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อภายในร่างกาย การยึดเกาะ การเคลื่อนไหว ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ไปจนถึงสัมผัสหลังการผ่าตัด บทความนี้จะเจาะลึกถึงความแตกต่างของซิลิโคนทั้งสองประเภทอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้คุณสามารถเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์สรีระและให้ผลลัพธ์ที่พอเหมาะที่สุด

เจาะลึกซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth Silicone)

ซิลิโคนผิวเรียบมีลักษณะพื้นผิวภายนอกที่เรียบลื่นและมีความใส เมื่อสัมผัสจะไม่มีความสากมือ ด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้ตัวซิลิโคนสามารถขยับตัวและเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องว่าง (Pocket) ที่ศัลยแพทย์สร้างขึ้นบริเวณหน้าอกได้อย่างอิสระ

จุดเด่นและข้อดีของซิลิโคนผิวเรียบ

  • ให้การเคลื่อนไหวที่พอเหมาะ: เนื่องจากการไม่ยึดติดแน่นกับเนื้อเยื่อ ซิลิโคนจึงสามารถขยับไปตามแรงโน้มถ่วงและอิริยาบถของร่างกายได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเวลานั่ง ยืน หรือนอนราบ ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดูพอเหมาะและสอดคล้องกับสรีระ

  • สัมผัสที่นุ่มนวล: เปลือกหุ้มของซิลิโคนผิวเรียบมักมีความบางกว่า ส่งผลให้เมื่อทำการคลำหรือสัมผัสจากภายนอก จะให้ความรู้สึกที่นุ่มและยืดหยุ่นสูง

  • ลดความเสี่ยงการเกิดพังผืดรัดตัว (Capsular Contracture) แบบรุนแรง: แม้ร่างกายจะสร้างพังผืดมาห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมตามกลไกปกติ แต่สำหรับผิวเรียบ โอกาสที่พังผืดจะหดรัดตัวจนทำให้หน้าอกแข็งเป็นก้อนนั้นมีอัตราที่ลดลงในระยะยาว

ข้อควรพิจารณา

  • เนื่องจากความลื่นของพื้นผิว ซิลิโคนอาจมีโอกาสเคลื่อนตำแหน่งหรือไหลลงต่ำ (Bottoming out) ได้มากกว่า โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังการผ่าตัดที่ช่องว่างยังไม่สมานตัวดี

  • อาจเกิดรอยย่นของซิลิโคน (Rippling) ที่สามารถคลำพบได้บริเวณใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมเดิมค่อนข้างน้อย

ผู้ที่เหมาะสมกับซิลิโคนผิวเรียบ:

  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่พอเหมาะ สอดคล้องไปกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย

  • ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความนุ่มนวลเมื่อสัมผัส

  • ผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมเดิมตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป ซึ่งจะช่วยปกปิดขอบซิลิโคนและรอยย่นได้ดี

  • ผู้ที่มีความกังวลเรื่องภาวะพังผืดรัดตัว

เจาะลึกซิลิโคนผิวทราย (Textured Silicone)

ซิลิโคนผิวทรายมีลักษณะพื้นผิวที่ขรุขระคล้ายกระดาษทราย ซึ่งความละเอียดของพื้นผิวนี้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์ผู้ผลิต (Micro-textured หรือ Macro-textured) วัตถุประสงค์หลักของการออกแบบพื้นผิวลักษณะนี้ คือเพื่อให้เนื้อเยื่อของร่างกายสามารถเจริญเติบโตแทรกซึมเข้าไปในพื้นผิวของซิลิโคนได้ เกิดเป็นการยึดเกาะที่แน่นหนา

จุดเด่นและข้อดีของซิลิโคนผิวทราย

  • ความมั่นคงและการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม: เมื่อเนื้อเยื่อสมานติดกับพื้นผิวทราย ซิลิโคนจะถูกล็อคให้อยู่ในตำแหน่งที่ศัลยแพทย์วางไว้อย่างมั่นคง ลดโอกาสการเคลื่อนที่ การไหลตก หรือการพลิกกลับด้านของซิลิโคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • รักษารูปทรงได้ในระยะยาว: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับซิลิโคนรูปหยดน้ำ (Anatomical shape) ที่ต้องการความคงที่ของตำแหน่ง หากเกิดการหมุนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้รูปทรงหน้าอกบิดเบี้ยวได้ ซิลิโคนผิวทรายจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ในจุดนี้

  • ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยย่น (Rippling): เปลือกที่หนากว่าและการยึดติดกับเนื้อเยื่อช่วยลดรอยพับของถุงซิลิโคนที่อาจมองเห็นหรือคลำพบจากภายนอก

ข้อควรพิจารณา

  • สัมผัสที่แน่นกว่า: เนื่องจากการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อและเปลือกที่ค่อนข้างหนา ทำให้เมื่อสัมผัสอาจรู้สึกถึงความแน่นกระชับ ไม่นุ่มเหลวเท่ากับผิวเรียบ

  • โอกาสเกิดพังผืดรัดตัว: แม้ในอดีตจะเชื่อว่าผิวทรายช่วยลดพังผืด แต่ในระยะยาวกลับพบว่าหากเกิดการอักเสบ โอกาสที่พังผืดจะมีความหนาและรัดตัวนั้นมีสูงกว่าเมื่อเทียบกับผิวเรียบ

  • ความเสี่ยงต่อภาวะ BIA-ALCL: แม้จะเป็นอุบัติการณ์ที่พบได้น้อยมาก (อัตราส่วนความเสี่ยงประมาณ 1:2,207 ถึง 1:86,029) แต่มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ซิลิโคนผิวทรายมีความเชื่อมโยงกับภาวะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Anaplastic Large Cell Lymphoma (ALCL) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้รับการผ่าตัดควรรับทราบเพื่อประกอบการพิจารณา

ผู้ที่เหมาะสมกับซิลิโคนผิวทราย:

  • ผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมเดิมน้อยมาก หรือมีผิวหนังที่บาง

  • ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการเลื่อนตำแหน่งของซิลิโคน

  • ผู้ที่ต้องการความคงที่ของรูปทรงในระยะยาว หรือผู้ที่เลือกใช้ซิลิโคนทรงหยดน้ำ

แล้วควรเลือกแบบไหนดี?

การตัดสินใจเลือกระหว่างซิลิโคนผิวเรียบและผิวทราย ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เนื่องจากร่างกาย ความคาดหวัง และวิถีชีวิตของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน

หากคุณให้ความสำคัญกับสัมผัสที่นุ่มนวล และต้องการให้รูปทรงมีการขยับที่พอเหมาะไปกับการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งต้องการลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะ BIA-ALCL การเลือกใช้ ซิลิโคนผิวเรียบ อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า

ในทางกลับกัน หากคุณมีข้อจำกัดเรื่องเนื้อเยื่อเต้านมที่ค่อนข้างบาง มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการเคลื่อนหรือหย่อนคล้อยของซิลิโคน หรือมีความจำเป็นต้องใช้ซิลิโคนรูปทรงเฉพาะที่ต้องการความมั่นคงสูง การเลือกใช้ ซิลิโคนผิวทราย ก็จะช่วยมอบความมั่นใจในเรื่องการคงรูปทรงได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดคือ “ความปลอดภัยและมาตรฐานทางการแพทย์” ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกวัสดุประเภทใด ควรเลือกใช้ซิลิโคนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (FDA) และเข้ารับการผ่าตัดกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างสรีระ ความหนาของชั้นผิวหนัง และให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด พร้อมทั้งควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดอย่างเคร่งครัด และเข้ารับการตรวจติดตามผล (Ultrasound หรือ MRI) ตามวาระ เพื่อรักษาสุขภาพและผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างปลอดภัยในระยะยาว

ข้อมูลเสริมหน้าอกที่คุณอาจสนใจ

Physician Schedule

Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.

นพ.พีระ
Rama 9 Hospital Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC Thursday / Friday: 13:00 – 17:00

รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.

Closed every Sunday