Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
การศัลยกรรมเสริมหน้าอกถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน นอกเหนือจากการเลือกขนาดรูปทรง หรือเทคนิคการผ่าตัดและตำแหน่งการวางซิลิโคนแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ศัลยแพทย์มักจะนำมาปรึกษาและร่วมตัดสินใจกับผู้รับการผ่าตัดคือ “พื้นผิวของวัสดุซิลิโคน” ซึ่งในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth) และ ซิลิโคนผิวทราย (Textured)
พื้นผิวของซิลิโคนไม่ได้มีความแตกต่างเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อภายในร่างกาย การยึดเกาะ การเคลื่อนไหว ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ไปจนถึงสัมผัสหลังการผ่าตัด บทความนี้จะเจาะลึกถึงความแตกต่างของซิลิโคนทั้งสองประเภทอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้คุณสามารถเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์สรีระและให้ผลลัพธ์ที่พอเหมาะที่สุด
ซิลิโคนผิวเรียบมีลักษณะพื้นผิวภายนอกที่เรียบลื่นและมีความใส เมื่อสัมผัสจะไม่มีความสากมือ ด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้ตัวซิลิโคนสามารถขยับตัวและเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องว่าง (Pocket) ที่ศัลยแพทย์สร้างขึ้นบริเวณหน้าอกได้อย่างอิสระ
ให้การเคลื่อนไหวที่พอเหมาะ: เนื่องจากการไม่ยึดติดแน่นกับเนื้อเยื่อ ซิลิโคนจึงสามารถขยับไปตามแรงโน้มถ่วงและอิริยาบถของร่างกายได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเวลานั่ง ยืน หรือนอนราบ ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดูพอเหมาะและสอดคล้องกับสรีระ
สัมผัสที่นุ่มนวล: เปลือกหุ้มของซิลิโคนผิวเรียบมักมีความบางกว่า ส่งผลให้เมื่อทำการคลำหรือสัมผัสจากภายนอก จะให้ความรู้สึกที่นุ่มและยืดหยุ่นสูง
ลดความเสี่ยงการเกิดพังผืดรัดตัว (Capsular Contracture) แบบรุนแรง: แม้ร่างกายจะสร้างพังผืดมาห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมตามกลไกปกติ แต่สำหรับผิวเรียบ โอกาสที่พังผืดจะหดรัดตัวจนทำให้หน้าอกแข็งเป็นก้อนนั้นมีอัตราที่ลดลงในระยะยาว
เนื่องจากความลื่นของพื้นผิว ซิลิโคนอาจมีโอกาสเคลื่อนตำแหน่งหรือไหลลงต่ำ (Bottoming out) ได้มากกว่า โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังการผ่าตัดที่ช่องว่างยังไม่สมานตัวดี
อาจเกิดรอยย่นของซิลิโคน (Rippling) ที่สามารถคลำพบได้บริเวณใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมเดิมค่อนข้างน้อย
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่พอเหมาะ สอดคล้องไปกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความนุ่มนวลเมื่อสัมผัส
ผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมเดิมตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป ซึ่งจะช่วยปกปิดขอบซิลิโคนและรอยย่นได้ดี
ผู้ที่มีความกังวลเรื่องภาวะพังผืดรัดตัว
ซิลิโคนผิวทรายมีลักษณะพื้นผิวที่ขรุขระคล้ายกระดาษทราย ซึ่งความละเอียดของพื้นผิวนี้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์ผู้ผลิต (Micro-textured หรือ Macro-textured) วัตถุประสงค์หลักของการออกแบบพื้นผิวลักษณะนี้ คือเพื่อให้เนื้อเยื่อของร่างกายสามารถเจริญเติบโตแทรกซึมเข้าไปในพื้นผิวของซิลิโคนได้ เกิดเป็นการยึดเกาะที่แน่นหนา
ความมั่นคงและการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม: เมื่อเนื้อเยื่อสมานติดกับพื้นผิวทราย ซิลิโคนจะถูกล็อคให้อยู่ในตำแหน่งที่ศัลยแพทย์วางไว้อย่างมั่นคง ลดโอกาสการเคลื่อนที่ การไหลตก หรือการพลิกกลับด้านของซิลิโคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รักษารูปทรงได้ในระยะยาว: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับซิลิโคนรูปหยดน้ำ (Anatomical shape) ที่ต้องการความคงที่ของตำแหน่ง หากเกิดการหมุนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้รูปทรงหน้าอกบิดเบี้ยวได้ ซิลิโคนผิวทรายจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ในจุดนี้
ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยย่น (Rippling): เปลือกที่หนากว่าและการยึดติดกับเนื้อเยื่อช่วยลดรอยพับของถุงซิลิโคนที่อาจมองเห็นหรือคลำพบจากภายนอก
สัมผัสที่แน่นกว่า: เนื่องจากการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อและเปลือกที่ค่อนข้างหนา ทำให้เมื่อสัมผัสอาจรู้สึกถึงความแน่นกระชับ ไม่นุ่มเหลวเท่ากับผิวเรียบ
โอกาสเกิดพังผืดรัดตัว: แม้ในอดีตจะเชื่อว่าผิวทรายช่วยลดพังผืด แต่ในระยะยาวกลับพบว่าหากเกิดการอักเสบ โอกาสที่พังผืดจะมีความหนาและรัดตัวนั้นมีสูงกว่าเมื่อเทียบกับผิวเรียบ
ความเสี่ยงต่อภาวะ BIA-ALCL: แม้จะเป็นอุบัติการณ์ที่พบได้น้อยมาก (อัตราส่วนความเสี่ยงประมาณ 1:2,207 ถึง 1:86,029) แต่มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ซิลิโคนผิวทรายมีความเชื่อมโยงกับภาวะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Anaplastic Large Cell Lymphoma (ALCL) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้รับการผ่าตัดควรรับทราบเพื่อประกอบการพิจารณา
ผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมเดิมน้อยมาก หรือมีผิวหนังที่บาง
ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการเลื่อนตำแหน่งของซิลิโคน
ผู้ที่ต้องการความคงที่ของรูปทรงในระยะยาว หรือผู้ที่เลือกใช้ซิลิโคนทรงหยดน้ำ
การตัดสินใจเลือกระหว่างซิลิโคนผิวเรียบและผิวทราย ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เนื่องจากร่างกาย ความคาดหวัง และวิถีชีวิตของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน
หากคุณให้ความสำคัญกับสัมผัสที่นุ่มนวล และต้องการให้รูปทรงมีการขยับที่พอเหมาะไปกับการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งต้องการลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะ BIA-ALCL การเลือกใช้ ซิลิโคนผิวเรียบ อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า
ในทางกลับกัน หากคุณมีข้อจำกัดเรื่องเนื้อเยื่อเต้านมที่ค่อนข้างบาง มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการเคลื่อนหรือหย่อนคล้อยของซิลิโคน หรือมีความจำเป็นต้องใช้ซิลิโคนรูปทรงเฉพาะที่ต้องการความมั่นคงสูง การเลือกใช้ ซิลิโคนผิวทราย ก็จะช่วยมอบความมั่นใจในเรื่องการคงรูปทรงได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดคือ “ความปลอดภัยและมาตรฐานทางการแพทย์” ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกวัสดุประเภทใด ควรเลือกใช้ซิลิโคนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (FDA) และเข้ารับการผ่าตัดกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างสรีระ ความหนาของชั้นผิวหนัง และให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด พร้อมทั้งควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดอย่างเคร่งครัด และเข้ารับการตรวจติดตามผล (Ultrasound หรือ MRI) ตามวาระ เพื่อรักษาสุขภาพและผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างปลอดภัยในระยะยาว
Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.
นพ.พีระ
Rama 9 Hospital
Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC
Thursday / Friday: 13:00 – 17:00
รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.
Closed every Sunday
คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง PSC ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ทันสมัย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในสายอาชีพศัลยกรรม ได้รับรางวัลและเป็นวิทยากรรับเชิญชั้นนำในระดับนานาชาติ ทั้งด้านบริการ Nose Surgery และ บริการเสริมหน้าอก Breast Surgery โดยคุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic | Plastic Surgery Skin & Laser