Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
“หมอคะ เอามือจับสันจมูกแล้วมันขยับได้นิดหน่อย แบบนี้เรียกซิลิโคนลอยไหมคะ ต้องรีบแก้หรือเปล่า?”
ในบทความที่แล้ว เราได้ทราบกันไปแล้วว่าสาเหตุหลักที่ทำให้แท่งซิลิโคนจมูกสามารถดิ้นดุ๊กดิ๊กหรือเอียงไปมาได้นั้น มักเกิดจากการวางซิลิโคนผิดชั้น (วางตื้นเกินไป ไม่ได้อยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูก) หรือการเซาะโพรงจมูกที่กว้างเกินไปจนซิลิโคนมีพื้นที่ให้ “ว่ายน้ำ” ได้
แต่ปัญหาที่คนไข้ส่วนใหญ่กำลังเผชิญหน้าอยู่คือ “ความสับสน” ครับ หลายคนแยกไม่ออกว่า จมูกที่ตัวเองเป็นอยู่นั้นคือการขยับได้ตามปกติ (Natural Mobility) หรือเป็นภาวะ “ซิลิโคนลอยและเคลื่อนตัว (Silicone Displacement)” ที่เข้าขั้นอันตราย วันนี้เราจะพามาเช็กสัญญาณเตือนอย่างละเอียด พร้อมเปิดเปลือกตาดูเทคนิคขั้นสูงที่ศัลยแพทย์ตกแต่งใช้ในการ “ซ่อมและล็อก” โครงสร้างจมูกให้กลับมาแน่นสนิทครับ
ในความเป็นจริง จมูกธรรมชาติของมนุษย์เราบริเวณช่วงปลาย (ที่เป็นกระดูกอ่อน) สามารถบิดหรือขยับซ้ายขวาได้เล็กน้อยอยู่แล้วครับ การใส่ซิลิโคนเข้าไปไม่ได้แปลว่าจมูกจะต้องแข็งเป็นหินจนขยับไม่ได้เลย แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนคือ “ผิดปกติ”? ลองทำแบบประเมินเบื้องต้นด้วยตัวเองตามนี้ครับ:
การทดสอบการโยก (The Wiggle Test): ลองใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งจับเบาๆ บริเวณ “สันจมูกช่วงบน” (ระหว่างหัวตา) ซึ่งเป็นจุดของกระดูกแข็ง หากคุณสามารถขยับแท่งซิลิโคนซ้ายขวาได้อย่างชัดเจน รู้สึกเหมือนแท่งมันลอยอยู่เหนือกระดูก (ไม่ได้แนบสนิทไปกับฐาน) นี่คือสัญญาณชัดเจนของ “ภาวะซิลิโคนลอย” ครับ
ปัญหา “ปลายเต็นท์” (Tenting Effect): สังเกตที่ปลายจมูก หากซิลิโคนมีการเคลื่อนตัวเลื่อนไหลลงมาด้านล่าง (Downward Displacement) มันจะมากองดันอยู่ที่ปลายจมูก ทำให้ผิวหนังบริเวณปลายจมูกตึงเปรี๊ยะ เห็นเป็นขอบแหลมๆ หรือเป็นรอยนูนของปลายซิลิโคนชัดเจนคล้ายยอดเต็นท์ หากมีอาการผิวบางใสร่วมด้วย ต้องรีบพบแพทย์ด่วนก่อนเกิดการทะลุครับ!
รอยพับหรือรอยบุ๋มผิดปกติ (Skin Dimpling): เมื่อซิลิโคนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างรุนแรง เนื้อเยื่อฝั่งตรงข้ามจะถูกดึงรั้งจนเกิดเป็นรอยบุ๋ม หรือรอยพับบริเวณข้างสันจมูกเวลาแสดงสีหน้าหรือยิ้ม
หลายคนคิดว่า ซิลิโคนลอยหรอ? ก็แค่ผ่าเอาแท่งเก่าออก แล้วยัดแท่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเข้าไปให้มันแน่นคับโพรงสิ… นั่นคือความเข้าใจที่ผิดมหันต์และอันตรายมากครับ! การยัดซิลิโคนใหญ่ๆ เข้าไปในโพรงที่หลวมและพังผืดเยอะ จะยิ่งทำให้เนื้อเยื่อฉีกขาดและเพิ่มความเสี่ยงทะลุ ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญจะมีเทคนิคทางวิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Rhinoplasty) เพื่อซ่อมแซมและล็อกฐานดังนี้ครับ:
เทคนิคที่ 1: การเย็บซ่อมและกระชับโพรงจมูก (Pocket Capsulorrhaphy) เมื่อเปิดแผลเข้าไป หมอจะพบกับ “โพรงพังผืด” (Capsule Pocket) ที่กว้างเกินไปและย้วย หมอจะต้องทำการเลาะพังผืดที่แข็งและหดเกร็งออก (Capsulectomy) จากนั้นจะใช้ไหมละลายทางการแพทย์ ค่อยๆ “เย็บตีบ” หรือเย็บกระชับโพรงจมูกด้านในให้แคบลงและพอดีกับไซส์ของซิลิโคนแท่งใหม่ เปรียบเสมือนการแก้กางเกงที่เอวหลวม ให้กลับมาเข้ารูปพอดีตัวครับ
เทคนิคที่ 2: วางใต้เยื่อหุ้มกระดูกอย่างแท้จริง (Precise Subperiosteal Dissection)
นี่คือหัวใจสำคัญ! หมอจะต้องใช้เครื่องมือพิเศษเซาะหาชั้น “เยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum)” ซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ที่เหนียวมากติดกับกระดูกแกนกลางจมูก ในเคสงานแก้ ชั้นนี้มักจะถูกทำลายหรือหาเจอยากมาก หมอต้องอาศัยความชำนาญขั้นสูงในการสอดซิลิโคนเข้าไปใต้ชั้นนี้ เพื่ออาศัยความเหนียวตึงของเยื่อหุ้มกระดูก คอยกดทับและล็อกแท่งซิลิโคนไม่ให้ขยับเขยื้อนได้อีก
เทคนิคที่ 3: ห่มซิลิโคนด้วยเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (Fascia Wrapping) ในเคสที่เนื้อเยื่อจมูกบางมาก หรือเยื่อหุ้มกระดูกพังจนไม่เหลือแรงกดทับแล้ว หมอจะใช้วิธีนำ “เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (Fascia)” ของคนไข้เอง (เช่น จากขมับหรือหลังหู) หรือ “เนื้อเยื่อเทียม (ADM)” มาพันห่อหุ้มรอบแท่งซิลิโคนก่อนใส่เข้าไป ข้อดีขั้นสุดยอดคือ เนื้อเยื่อเหล่านี้จะช่วยเพิ่ม “ความหนืด” และเมื่อเวลาผ่านไป เส้นเลือดจะชอนไชเข้ามาผสานเยื่อหุ้มนี้ให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับจมูก (Tissue Integration) ทำให้ซิลิโคนถูกล็อกติดกับจมูกอย่างถาวร หมดปัญหาเรื่องลอยหรือโยก 100% ครับ
เทคนิคที่ 4: เลิกใช้ซิลิโคน เปลี่ยนเป็น “ซี่โครงตัวเอง” (Autologous Rib Cartilage) หากโครงสร้างพังยับเยิน หรือเคยทะลุมาแล้ว ศัลยแพทย์จะแนะนำให้งดใช้ซิลิโคนเด็ดขาด แล้วเปลี่ยนมาใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองมาแกะสลักเป็นรูปจมูก (Dorsal Augmentation with Rib) เพราะกระดูกอ่อนของเราเอง เมื่อสอดเข้าไป มันจะเชื่อมต่อสมานเป็นเนื้อเดียวกับกระดูกจมูกเดิม ทำให้แข็งแรง มั่นคง และเป็นธรรมชาติขั้นสุดครับ
ภาวะซิลิโคนเคลื่อนตัว หรือ “แท่งลอย” ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถปล่อยผ่านหรือรอดูอาการไปเรื่อยๆ ได้ครับ เพราะมันคือสัญญาณบ่งชี้ว่าโครงสร้างภายในจมูกกำลังขาดความเสถียร ยิ่งปล่อยไว้นาน เนื้อเยื่อจะยิ่งบางและเสี่ยงต่อการทะลุ
หากคุณเช็กอาการแล้วพบความผิดปกติ ควรรีบกลับไปปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อทำการประเมิน การแก้ไขด้วยเทคนิคทางวิศวกรรมโครงสร้างที่ถูกต้อง ทั้งการเย็บกระชับโพรง และการวางใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก จะช่วยคืนความแข็งแรง มั่นคง และความสวยงามให้จมูกของคุณกลับมาเป๊ะปังได้อย่างปลอดภัยครับ!
Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.
นพ.พีระ
Rama 9 Hospital
Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC
Thursday / Friday: 13:00 – 17:00
รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.
Closed every Sunday
คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง PSC ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ทันสมัย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในสายอาชีพศัลยกรรม ได้รับรางวัลและเป็นวิทยากรรับเชิญชั้นนำในระดับนานาชาติ ทั้งด้านบริการ Nose Surgery และ บริการเสริมหน้าอก Breast Surgery โดยคุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic | Plastic Surgery Skin & Laser