Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
ให้นมลูกเสร็จแล้ว หน้าอกเหี่ยวแฟบเหมือนถุงกาแฟเลยค่ะหมอ ถ้าจะไปเสริมซิลิโคนใส่เข้าไปเลย มันจะกลับมาเต่งตึงเด้งเหมือนตอนสาวๆ ไหมคะ?
นี่คือเสียงสะท้อนจากความกังวลของคุณแม่หลายท่านครับ การตั้งครรภ์และการให้นมบุตรคือความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ แต่ผลกระทบที่ตามมาหลังจากหย่านมลูกแล้ว มักจะทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกายเสมอ โดยเฉพาะ “หน้าอก” ที่เคยเต่งตึง กลับกลายเป็นหย่อนคล้อย ถุงนมแฟบ และเสียทรง จนทำให้คุณแม่หลายคนสูญเสียความมั่นใจในการแต่งตัวไปเลย
หลายคนเข้าใจผิดว่า วิธีแก้ปัญหานี้คือการเดินเข้าคลินิกไป “ยัดซิลิโคน” ไซส์ใหญ่ๆ เข้าไป เพื่อให้หน้าอกกลับมาตึงเปรี๊ยะเหมือนลูกโป่งที่ถูกสูบลม แต่ในทางการแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง การแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย (Breast Ptosis) ไม่ได้มีสมการที่ง่ายดายแบบนั้นเสมอไปครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า ทำไมหน้าอกถึงพังหลังคลอด และการเสริมซิลิโคนอย่างเดียวนั้น “เพียงพอ” จริงหรือไม่?
ก่อนจะไปหาวิธีซ่อม เราต้องเข้าใจโครงสร้างที่พังทลายลงก่อนครับ การเปลี่ยนแปลงของหน้าอกคุณแม่เกิดจาก 3 ปัจจัยหลักทางสรีรวิทยา (Physiology):
การขยายและหดตัวของต่อมน้ำนม (Glandular Involution): ช่วงตั้งครรภ์และให้นม ฮอร์โมนจะกระตุ้นให้ท่อน้ำนมและต่อมน้ำนมขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างมาก (หน้าอกตึงและใหญ่ขึ้น) แต่เมื่อหยุดให้นม ฮอร์โมนจะลดลงอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อเต้านมจะหดตัวฝ่อลง (Involution) กลับไปมีขนาดเท่าเดิมหรือเล็กกว่าเดิม ทิ้งไว้เพียง “ความว่างเปล่า” ภายใน
ความยืดหยุ่นของผิวหนังที่เสียไป (Skin Laxity): ลองจินตนาการถึงลูกโป่งที่ถูกเป่าจนตึงสุดเป็นเวลานานๆ แล้วปล่อยลมออกครับ ผิวหนังหน้าอกที่ถูกยืดขยายไปแล้ว เมื่อต่อมน้ำนมฝ่อตัวลง ผิวหนังจะไม่สามารถหดกลับมาตึงกระชับได้เหมือนเดิม ทำให้เกิดภาวะเนื้อเหลว หรือจับแล้วมีแต่หนังบางๆ ย้วยลงมา
เส้นเอ็นพยุงเต้านมยืดหยาน (Cooper’s Ligaments Stretching): ภายในหน้าอกเราจะมีเส้นเอ็นที่ชื่อว่า Cooper’s Ligaments ทำหน้าที่เหมือนสลิงคอยดึงรั้งโครงสร้างเต้านมให้ตั้งชูชัน เมื่อเจอน้ำหนักของน้ำนมที่เพิ่มขึ้นเป็นเวลานาน เส้นเอ็นเหล่านี้จะถูกดึงจนยืดหยานและสูญเสียแรงสปริงตัว ทำให้เต้านมตกลงตามแรงโน้มถ่วงครับ
ศัลยแพทย์จะไม่สามารถตอบได้ว่า “เสริมอย่างเดียวพอไหม” หากยังไม่ได้ประเมินระดับความหย่อนคล้อยครับ โดยปกติแพทย์จะใช้วิธีวัดระดับ “หัวนม (Nipple)” เทียบกับ “รอยพับใต้ราวนม (Inframammary Fold – IMF)” ดังนี้:
ระดับที่ 1 (Mild Ptosis): หัวนมตกลงมาอยู่ในระดับเดียวกับรอยพับใต้ราวนมพอดี (หย่อนคล้อยเล็กน้อย)
ระดับที่ 2 (Moderate Ptosis): หัวนมตกลงมาต่ำกว่ารอยพับใต้ราวนม แต่ยังชี้ไปด้านหน้า
ระดับที่ 3 (Severe Ptosis): หัวนมตกลงมาต่ำกว่ารอยพับใต้ราวนมมาก และหัวนมชี้มุดลงพื้น (หย่อนคล้อยรุนแรงขั้นสุด)
หน้าอกหย่อนเทียม (Pseudoptosis): หัวนมอยู่เหนือรอยพับ แต่เนื้อเต้านมด้านล่างห้อยย้อยลงมา (ส่วนใหญ่เจอในคนที่หน้าอกเหี่ยวแต่หัวนมยังตั้งอยู่)
คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยครับ”
กรณีที่ 1: “เอาอยู่” (สำหรับหน้าอกหย่อนคล้อยระดับ 1 หรือแค่แฟบลง) หากคุณแม่มีแค่ปัญหาเนื้อหน้าอกหายไปด้านบน (Upper Pole Emptiness) จับแล้วเหลว แต่หัวนมยังตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดี การใส่ซิลิโคน (Breast Augmentation) เพียงอย่างเดียว ก็เปรียบเสมือนการเติมลมเข้าไปในลูกโป่งที่เหี่ยว ซิลิโคนจะไปช่วยดันผิวหนังให้ตึงกระชับขึ้น เติมเต็มเนินอกให้กลับมาอวบอิ่มได้โดยไม่ต้องตัดหนังทิ้งครับ
กรณีที่ 2: “เอาไม่อยู่ และจะกลายเป็นหายนะ” (สำหรับหน้าอกหย่อนคล้อยระดับ 2 และ 3) นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดครับ! หากคุณแม่หน้าอกยานห้อยตกลงมามาก แล้วแพทย์ฝืนใส่ซิลิโคนเข้าไปโดยไม่แก้ไขผิวหนังที่ย้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือภาวะ “เต้านมซ้อนเต้านม” หรือ “Double Bubble Deformity” (หรือบางคนเรียกว่า Snoopy Dog Deformity)
กลไกของมันคือ แท่งซิลิโคนจะไปเกาะแน่นอยู่กับผนังหน้าอกด้านบน ในขณะที่เนื้อเต้านมจริงและหัวนมที่หย่อนคล้อย จะห้อยย้อยตกลงมาคลุมทับซิลิโคนด้านล่างอีกที ทำให้มองเห็นหน้าอกเป็น 2 ลอน หรือเป็นชั้นๆ เหมือนหัวสุนัขสนูปปี้นั่นเองครับ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดูหลอกตาและทำให้เสียความมั่นใจหนักกว่าเดิม
สำหรับคุณแม่ที่มีความหย่อนคล้อยระดับ 2 ขึ้นไป ทางออกทางการแพทย์ที่ถูกต้อง สวยงาม และปลอดภัยที่สุดคือ การผ่าตัดแบบทูอินวัน (2-in-1) นั่นคือ การเสริมซิลิโคน ควบคู่กับการผ่าตัดยกกระชับเต้านม (Mastopexy) ครับ
เทคนิคนี้ ศัลยแพทย์จะใส่ซิลิโคนเข้าไปเพื่อสร้างวอลลุ่ม (Volume) ให้เนินอกดูอวบอิ่ม จากนั้นจะทำการ “ตัดผิวหนังส่วนเกินที่ย้วยทิ้งไป” แล้วทำการ “ย้ายตำแหน่งหัวนมและปานนม” ให้เลื่อนสูงขึ้นกลับไปอยู่ในจุดที่สวยงามเหมือนตอนสาวๆ (Youthful Position) จากนั้นจึงเย็บเก็บทรงให้กลมกลึง ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อย (เช่น แผลรอบปานนม, แผลทรงอมยิ้ม Lollipop, หรือแผลทรงสมอเรือ Inverted-T) แม้จะต้องแลกมาด้วยรอยแผลเป็นที่มากกว่าการเสริมปกติ แต่ผลลัพธ์รูปทรงเต้านมที่ได้ จะเต่งตึงและสวยงามคุ้มค่าที่สุดครับ
หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการให้นมลูก ไม่ใช่ความผิดปกติ แต่คือร่องรอยแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ครับ การจะทวงคืนความเต่งตึงกลับมา ไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จ “ยัดซิลิโคน” เพียงอย่างเดียวได้กับทุกคน สิ่งสำคัญคือต้องเข้ามาให้ศัลยแพทย์เฉพาะทางประเมินเนื้อเยื่อและความยืดหยุ่นของผิวหนังอย่างละเอียด เพื่อเลือกเทคนิคการผ่าตัด (จะเสริมอย่างเดียว หรือเสริมพร้อมยกกระชับ) ที่จะเนรมิตหน้าอกคู่ใหม่ให้สวยงาม ปลอดภัย และคืนความมั่นใจให้คุณแม่กลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้งครับ!
Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.
นพ.พีระ
Rama 9 Hospital
Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC
Thursday / Friday: 13:00 – 17:00
รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.
Closed every Sunday
คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง PSC ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ทันสมัย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในสายอาชีพศัลยกรรม ได้รับรางวัลและเป็นวิทยากรรับเชิญชั้นนำในระดับนานาชาติ ทั้งด้านบริการ Nose Surgery และ บริการเสริมหน้าอก Breast Surgery โดยคุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic | Plastic Surgery Skin & Laser