Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
“อุตส่าห์ลดน้ำหนักจนหุ่นปังแล้ว แต่พอถอดเสื้อผ้าดูหน้าอกตัวเอง… มันทั้งแฟบ ทั้งเหี่ยว ยานจนถึงสะดือเลยค่ะหมอ ทำยังไงดีคะ?”
ก่อนอื่นต้องขอปรบมือดังๆ ให้กับความมุ่งมั่นและวินัยขั้นสุดยอดของทุกคนที่สามารถลดน้ำหนักครั้งใหญ่ (Massive Weight Loss) จนสำเร็จครับ! ไม่ว่าคุณจะลดด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก หรือพึ่งพาเทคนิคทางการแพทย์อย่างการผ่าตัดกระเพาะ (Bariatric Surgery) สิ่งที่คุณได้รับคือสุขภาพที่ดีขึ้นและรูปร่างที่เพรียวบาง
แต่ในโลกของความเป็นจริง ความสำเร็จนี้มักจะทิ้ง “ของแถม” ที่หลายคนไม่อยากได้เอาไว้ นั่นก็คือ “ภาวะผิวหนังย้วยและหน้าอกหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง” (Severe Breast Ptosis & Skin Laxity) ซึ่งสร้างความตึงเครียดและบั่นทอนความมั่นใจเวลาแต่งตัวอย่างมาก วันนี้เราจะมาเจาะลึกในมุมมองของศัลยแพทย์ตกแต่งกันครับว่า ทำไมลดความอ้วนแล้วหน้าอกถึงพังยับเยินขนาดนี้? และการจะกู้คืนทรงหน้าอกให้กลับมาเต่งตึงนั้น แค่เดินไป “ยัดซิลิโคน” อย่างเดียวมันเพียงพอหรือไม่?
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เราต้องมาดูส่วนประกอบของหน้าอกกันก่อนครับ หน้าอกของผู้หญิงเราประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ต่อมน้ำนม (Glandular Tissue) และ ไขมัน (Adipose Tissue) * ไขมันหายไป แต่ถุงหนังยังอยู่: เมื่อเราอ้วนขึ้น หน้าอกก็จะขยายใหญ่ขึ้นตามปริมาณไขมันที่ไปสะสม ผิวหนังบริเวณหน้าอกก็จะถูกยืดออก (Stretch) อย่างเต็มที่เพื่อรองรับก้อนไขมันนั้น แต่เมื่อเราลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะดึงเอาไขมันที่หน้าอกออกไปใช้จนหมดเกลี้ยง สิ่งที่เหลือทิ้งไว้คือ “ผิวหนังที่ถูกยืดจนเสียความยืดหยุ่นไปแล้ว” เปรียบเสมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าทิ้งไว้นานๆ พอปล่อยลมออก มันจะไม่หดกลับไปตึงเหมือนเดิม แต่จะเหี่ยวและย้วยย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงครับ
เส้นเอ็นพยุงหน้าอกขาดความตึง (Cooper’s Ligaments): เส้นเอ็นภายในที่เคยทำหน้าที่เป็นสลิงดึงรั้งเต้านมให้ตั้งชูชัน เมื่อต้องแบกรับน้ำหนักไขมันมาเป็นเวลานาน มันจะเกิดการยืดหยานและสูญเสียแรงสปริงตัวแบบถาวร ทำให้ไม่สามารถพยุงเต้านมที่เหลืออยู่ได้อีกต่อไป
หลายคนอาจคิดว่าเคสลดน้ำหนักก็คงเหมือนคุณแม่หลังคลอดที่หน้าอกแฟบ แต่ในทางการแพทย์ ศัลยแพทย์จะจัดกลุ่มผู้ป่วยลดน้ำหนักจำนวนมาก (Post-Bariatric Patients) ไว้เป็นเคสที่มีความซับซ้อนสูงกว่ามากครับ เพราะ:
ปริมาณหนังส่วนเกิน (Excess Skin) มีมหาศาล: ไม่ใช่แค่หย่อนนิดหน่อย แต่บางเคสหน้าอกตกลงมาถึงหน้าท้อง และมีผิวหนังด้านข้างลำตัว (ปีกหลัง) ย้วยตามมาด้วย
คุณภาพผิวหนังแย่ลง (Poor Tissue Quality): ผิวหนังจะบางลงมาก ขาดคอลลาเจน และมักจะพบรอยแตกลาย (Stretch Marks) ร่วมด้วย ทำให้การสมานแผลและการรับน้ำหนักซิลิโคนทำได้ยากกว่าผิวหนังปกติ
สำหรับเคสที่ลดน้ำหนักลงมาเยอะมากๆ คำตอบจากศัลยแพทย์ส่วนใหญ่คือ “การเสริมซิลิโคนเพียงอย่างเดียว มักจะไม่รอดและเสี่ยงพังครับ!”
หากคุณมีผิวหนังที่ย้วยยานมากๆ แล้วหมอฝืนยัดซิลิโคนไซส์ใหญ่เข้าไปเพื่อหวังจะดันหนังให้ตึง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ภาวะ Double Bubble Deformity (เต้านมซ้อนเต้านม) แท่งซิลิโคนจะเกาะอยู่ด้านบนเพราะกล้ามเนื้อรัดไว้ ส่วนเนื้อหน้าอกเดิมและผิวหนังที่ย้วยจะห้อยตกลงมาด้านล่าง ทำให้หน้าอกดูเป็นลอนสองชั้นที่ผิดรูปอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ผิวหนังที่บางอยู่แล้วเมื่อต้องมารับน้ำหนักซิลิโคนใหญ่ๆ ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซิลิโคนทะลุ หรือหน้าอกคล้อยหนักกว่าเดิมในเวลาอันรวดเร็วครับ
ศัลยแพทย์ตกแต่งจะมีแผนการผ่าตัดเพื่อกู้คืนหน้าอกให้กับกลุ่ม Post-Bariatric ดังนี้ครับ:
การยกกระชับหน้าอกร่วมกับการเสริมซิลิโคน (Mastopexy with Augmentation): นี่คือมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) สำหรับเคสนี้ครับ หมอจะต้องผ่าตัดเพื่อ “ตัดผิวหนังส่วนเกินที่ย้วยทิ้งไป” พร้อมกับออกแบบตำแหน่งหัวนมและปานนมใหม่ (Nipple-Areolar Complex Repositioning) ให้ขยับสูงขึ้น จากนั้นจึงใส่แท่งซิลิโคนขนาดที่พอเหมาะเข้าไปเพื่อสร้างเนินอกให้ดูอวบอิ่มเต็มทรง
เทคนิคแผลผ่าตัด (Incision Types): เนื่องจากต้องตัดหนังทิ้งเยอะ รอยแผลจึงมักจะมากกว่าการเสริมปกติ โดยส่วนใหญ่ศัลยแพทย์จะใช้เทคนิค แผลรูปสมอเรือ (Inverted-T หรือ Anchor) หรือ แผลทรงอมยิ้ม (Lollipop) ซึ่งหมอจะเย็บซ่อนแผลให้ประณีตที่สุด แลกกับการได้ทรงหน้าอกที่สวยเชิดและตึงกระชับครับ
การใช้เนื้อเยื่อตัวเอง (Auto-augmentation): ในบางเคสที่คนไข้ยังมีเนื้อเต้านมหรือไขมันเหลืออยู่บ้าง หมออาจใช้เทคนิคจัดทรงเนื้อเยื่อเดิมของคนไข้เอง ม้วนพับขึ้นมาทำเป็นตัวดันเนินอกร่วมกับการยกกระชับ โดยไม่ต้องพึ่งพาซิลิโคนเลยก็ได้ครับ (เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย)
ศัลยแพทย์จะให้ความสำคัญกับภาวะโภชนาการ (Nutritional Status) ของคนไข้กลุ่มนี้มากครับ โดยเฉพาะคนที่ลดน้ำหนักด้วยการตัดกระเพาะ เพราะร่างกายอาจขาดโปรตีน วิตามิน หรือธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสมานแผล หากเลือดจางหรือโปรตีนต่ำ แผลผ่าตัดจะหายช้าและเสี่ยงติดเชื้อ หมอจึงต้องสั่งตรวจเลือดเช็กค่าความสมบูรณ์ของร่างกายอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงมีดเสมอครับ
การมีรูปร่างที่ผอมลงคือรางวัลแห่งความพยายามครับ ส่วนหน้าอกที่หย่อนคล้อยและผิวหนังที่ย้วยยานนั้น ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นเพียงกระบวนการทางร่างกายที่แพทย์สามารถแก้ไขได้ การเดินเข้ามาปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อทำการ “ยกกระชับร่วมกับการเสริมใหม่” จะเป็นการจัดระเบียบร่างกายในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้คุณสามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจ และภูมิใจกับรูปร่างใหม่ที่อุตส่าห์ปั้นมากับมือได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ!
Review of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติมReview of nose correction with restructuring techniques by Dr. Peera Thianpaitoon
อ่านเพิ่มเติม
Schedule an appointment for direct consultation and treatment with a PSC Clinic doctor.
นพ.พีระ
Rama 9 Hospital
Tuesday / Wednesday / Saturday: 13:00 – 18:00
PSC CLINIC
Thursday / Friday: 13:00 – 17:00
รศ.พญ.วรีพร
Thursday / Friday: 1.00 - 6.00 pm.
Closed every Sunday
คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง PSC ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ทันสมัย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ในสายอาชีพศัลยกรรม ได้รับรางวัลและเป็นวิทยากรรับเชิญชั้นนำในระดับนานาชาติ ทั้งด้านบริการ Nose Surgery และ บริการเสริมหน้าอก Breast Surgery โดยคุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic | Plastic Surgery Skin & Laser